From 08c98cb94f4692442f14bdaa296b8ea6de7b2825 Mon Sep 17 00:00:00 2001 From: Satakun Utama Date: Thu, 4 Dec 2025 14:38:49 +0700 Subject: [PATCH] Fix afigures & Reorder chapter 2 --- Chapter2/CLanguage.typ | 16 ++++++++++++---- Chapter2/Chapter2.typ | 8 ++++---- Chapter2/Flutter.typ | 33 +++++++++++++++------------------ Chapter2/Intro.typ | 6 +++--- PageTemplate.typ | 18 ++++++++++++++++++ 5 files changed, 52 insertions(+), 29 deletions(-) diff --git a/Chapter2/CLanguage.typ b/Chapter2/CLanguage.typ index 5410129..1b620ba 100644 --- a/Chapter2/CLanguage.typ +++ b/Chapter2/CLanguage.typ @@ -1,15 +1,15 @@ #import "../PageTemplate.typ": * -= ภาษาซี += ภาษาซี (C Programming Language) #i ภาษาซีเป็นภาษาโปรแกรมสำหรับวัตถุประสงค์ทั่วไปสร้างขึ้นในช่วงทศวรรษ 1970 โดยเดนนิสริตชีและยังคงได้รับความนิยมและใช้งานอย่างกว้างขวางด้วยการออกแบบภาษาซีทำให้โปรแกรมเมอร์สามารถเข้าถึงคุณลักษณะต่างๆของสถาปัตยกรรมซีพียูทั่วไปได้โดยตรง ซึ่งปรับแต่งให้เหมาะกับชุดคำสั่ง เป้าหมาย ภาษาซี ถูกนำมาใช้และยังคงนำมาใช้ในการพัฒนาระบบปฏิบัติการไดรเวอร์อุปกรณ์และสแต็กโปรโตคอลแต่การใช้งานในซอฟต์แวร์แอปพลิเคชั่นกำลังลดลงภาษาซีถูกนำมาใช้ในคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่สุดไปจนถึงไมโครคอนโทรลเลอร์ขนาดเล็กที่สุดและระบบฝังตัว #i ภาษาซีเป็นภาษาเชิงกระบวนการที่จำเป็นรองรับการเขียนโปรแกรมแบบมีโครงสร้างขอบเขตตัวแปรเชิงศัพท์และการเรียกซ้ำด้วยระบบชนิดข้อมูลแบบคงที่ภาษาซีถูกออกแบบมาเพื่อการคอมไพล์เพื่อให้สามารถเข้าถึงหน่วยความจำ และโครงสร้างภาษา ในระดับต่ำซึ่งแมปกับคำสั่งเครื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทั้งหมดนี้รองรับรันไทม์ขั้นต่ำ แม้จะมีความสามารถในระดับต่ำ แต่ภาษาซีก็ถูกออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการเขียนโปรแกรมข้ามแพลตฟอร์ม โปรแกรมซี ที่สอดคล้องกับมาตรฐานที่เขียนขึ้นโดยคำนึงถึงความสามารถในการพกพาสามารถคอมไพล์สำหรับแพลตฟอร์มคอมพิวเตอร์และระบบปฏิบัติการที่หลากหลาย โดยมีการเปลี่ยนแปลงซอร์สโคดเพียงเล็กน้อย -แม้ว่าทั้งภาษาซีและไลบรารีมาตรฐานของภาษา ซีจะไม่ได้มีคุณสมบัติยอดนิยมบางอย่างที่พบในภาษาอื่น แต่ก็มีความยืดหยุ่นเพียงพอที่จะรองรับคุณสมบัติเหล่านั้นได้ ตัวอย่างเช่นการวางแนววัตถุและการเก็บขยะนั้นจัดทำโดยไลบรารีภายนอก GLib Object SystemและBoehm garbage collector ตามลำดับ +#i แม้ว่าทั้งภาษาซีและไลบรารีมาตรฐานของภาษา ซีจะไม่ได้มีคุณสมบัติยอดนิยมบางอย่างที่พบในภาษาอื่น แต่ก็มีความยืดหยุ่นเพียงพอที่จะรองรับคุณสมบัติเหล่านั้นได้ ตัวอย่างเช่นการวางแนววัตถุและการเก็บขยะนั้นจัดทำโดยไลบรารีภายนอก GLib Object System และ Boehm garbage collector ตามลำดับ -ตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมาภาษาซี ได้รับการจัดอันดับอย่างต่อเนื่องให้อยู่ในอันดับสี่ภาษาสูงสุดในดัชนี TIOBEซึ่งเป็นการวัดความนิยมของภาษาการเขียนโปรแกรม +#i ตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมาภาษาซี ได้รับการจัดอันดับอย่างต่อเนื่องให้อยู่ในอันดับสี่ภาษาสูงสุดในดัชนี TIOBEซึ่งเป็นการวัดความนิยมของภาษาการเขียนโปรแกรม == ตัวอย่าง "Hello, world" @@ -47,11 +47,19 @@ int main(void) #i วงเล็บปีกกาปิดหมายถึงจุดสิ้นสุดของฟังก์ชัน `main` โดยก่อน C99 จำเป็นต้องมีคำสั่ง `return 0;` ที่ชัดเจนเมื่อสิ้นสุดฟังก์ชัน `main` แต่ตั้งแต่ C99 ฟังก์ชัน `main` (ซึ่งเป็นการเรียกใช้ฟังก์ชันเริ่มต้น) จะคืนค่าโดยปริยาย 0 เมื่อถึงวงเล็บปีกกาปิดสุดท้าย +== คอนเซปต์พื้นฐาน + +#i โปรแกรมภาษา C เป็นลำดับไฟล์ข้อความ (โดยทั่วไปคือไฟล์ header และไฟล์ source) ที่มีการประกาศต่าง ๆ และไฟล์เหล่านั้นถูกแปลงเป็นโปรแกรมที่ถูกเรียกใช้งานได้ ซึ่งโปรแกรมจะถูกใช้งานเมื่อระบบปฏิบัติการเรียกใช้ฟังก์ชันหลักของโปรแกรม (ยกเว้นหากว่าตัวมันเองคือระบบปฏิบัติการหรือโปรแกรมอิสระ) + +#i บางคำศัพท์ในโปรแกรมภาษา C นั้นมีความหมายพิเศษ โดยคำเหล่านั้นคือ#strong[คีย์เวิร์ด] และคำอื่น ๆ สามารถใช้เป็นชื่อ (identifiers) ได้ ซึ่งอาจถูกใช้เป็นชื่อของวัตถุ, ฟังก์ชัน, โครงสร้าง (struct), ยูเนียน, หรือแท็ก enumerations, สมาชิกของมัน, ชื่อ typedef, ฉลาก, หรือมาโคร + +#i ชื่อของสิ่งต่าง ๆ (ยกเว้นมาโคร) นั้นสามารถใช้ได้แค่ในเพียงในสโคป (scope) ของมัน หมายความว่า หากประกาศตัวแปลไว้ภายในฟังก์ชัน ตัวแปรนั้นจะไม่สามารถใช้นอกสโคปนั้นได้ ซึ่งในกรณีนี้สโคปคือฟังก์ชัน และชื่อบางชื่ออาจมีการลิงก์กันเพื่อให้สโคปอื่น ๆ สามารถลิงก์มาหาชื่อนั้น ๆ ได้ + == ชุดแปลโปรแกรมของกนู (GNU Compiler Collection; GCC) #i ในกระบวนการการพัฒนาโครงงานนี้ ชุดแปลโปรแกรมของกนูนั้นถูกใช้เป็นหลักเนื่องจากเป็นชุดแปลโปรแกรม (คอมไพเลอร์; Compiler) ที่ใช้เป็นหลักในการพัฒนาโคดที่สร้างบนพื้นฐาน Arduino และบอร์ดต่าง ๆ รวมถึงบอร์ด ESP32 -#i ชุดคอมไพเลอร์ GNU (GNU Compiler Collection; GCC) (เดิมชื่อ GNU C Compiler) คือชุดคอมไพเลอร์จากโครงการ GNU ที่รองรับภาษาโปรแกรม สถาปัตยกรรมฮาร์ดแวร์ และระบบปฏิบัติการต่าง ๆ มูลนิธิซอฟต์แวร์เสรี (FSF) เผยแพร่ GCC ในฐานะซอฟต์แวร์เสรีภายใต้สัญญาอนุญาตสาธารณะทั่วไปของ GNU (GNU GPL) GCC เป็นองค์ประกอบสำคัญของชุดเครื่องมือ GNU ซึ่งใช้สำหรับโครงการส่วนใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับ GNU และเคอร์เนล Linux ด้วยโคดประมาณ 15 ล้านบรรทัดในปี 2019 GCC จึงเป็นหนึ่งในโปรแกรมฟรีที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา GCC มีบทบาทสำคัญในการเติบโตของซอฟต์แวร์เสรี ทั้งในฐานะเครื่องมือและตัวอย่าง +#i ชุดคอมไพเลอร์ GNU (GNU Compiler Collection; GCC) (เดิมชื่อ GNU C Compiler) คือชุดคอมไพเลอร์จากโครงการ GNU ที่รองรับภาษาโปรแกรม สถาปัตยกรรมฮาร์ดแวร์ และระบบปฏิบัติการต่าง ๆ มูลนิธิซอฟต์แวร์เสรี (FSF) เผยแพร่ GCC ในฐานะซอฟต์แวร์เสรีภายใต้สัญญาอนุญาตสถูกเรียกาธารณะทั่วไปของ GNU (GNU GPL) GCC เป็นองค์ประกอบสำคัญของชุดเครื่องมือ GNU ซึ่งใช้สำหรับโครงการส่วนใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับ GNU และเคอร์เนล Linux ด้วยโคดประมาณ 15 ล้านบรรทัดในปี 2019 GCC จึงเป็นหนึ่งในโปรแกรมฟรีที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา GCC มีบทบาทสำคัญในการเติบโตของซอฟต์แวร์เสรี ทั้งในฐานะเครื่องมือและตัวอย่าง #i นอกจากจะเป็นคอมไพเลอร์อย่างเป็นทางการของระบบปฏิบัติการ GNU แล้ว GCC ยังได้รับการยอมรับให้เป็นคอมไพเลอร์มาตรฐานโดยระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์สมัยใหม่ที่คล้ายกับ Unix อื่นๆ อีกมากมาย รวมถึงระบบปฏิบัติการ Linux ส่วนใหญ่ ระบบปฏิบัติการตระกูล BSD ส่วนใหญ่ก็เปลี่ยนมาใช้ GCC ไม่นานหลังจากเปิดตัว แม้ว่าหลังจากนั้น FreeBSD และ Apple macOS ได้เปลี่ยนมาใช้คอมไพเลอร์ Clang ส่วนใหญ่เป็นเพราะเหตุผลด้านลิขสิทธิ์ GCC ยังสามารถคอมไพเลอร์โคดสำหรับระบบปฏิบัติการ Windows, Android, iOS, Solaris, HP-UX, AIX และ MS-DOS ได้อีกด้วย diff --git a/Chapter2/Chapter2.typ b/Chapter2/Chapter2.typ index 9148ddd..02db201 100644 --- a/Chapter2/Chapter2.typ +++ b/Chapter2/Chapter2.typ @@ -1,6 +1,6 @@ -#import "../PageTemplate.typ": page-theme +#import "../PageTemplate.typ": chapter-page #import "@preview/i-figured:0.2.4" -#show: page-theme +#show: chapter-page #show heading: i-figured.reset-counters.with(level: 3) #show figure: i-figured.show-figure.with(level: 3) @@ -11,10 +11,10 @@ #set heading(numbering: "1.1", offset: 1) #include "Microcontroller.typ" +#include "PIR.typ" #include "HTTPS.typ" #include "TLS.typ" #include "NFC.typ" -#include "PIR.typ" -#include "CLanguage.typ" #include "Flutter.typ" #include "Git.typ" +#include "CLanguage.typ" diff --git a/Chapter2/Flutter.typ b/Chapter2/Flutter.typ index a29eaa8..5a943a8 100644 --- a/Chapter2/Flutter.typ +++ b/Chapter2/Flutter.typ @@ -178,26 +178,23 @@ Google สามารถใช้พัฒนาแอปพลิเคชั เมื่อกดรันแอพลิเคชันด้วยไอคอน #box(image("Flutter/vscode_play.svg", alt: "Play"), baseline: 15%) (หรือ Shift+F10 ใน Android Studio) จะได้แอพลิเคชันดังรูปด้านล่างออกมา -#box( - afigure( - grid( - columns: 2, - align: horizon, - image( - "Flutter/mobileExampleApp.png", - height: 2.5in, - alt: "แอพลิเคชันมือถือ มีแถบสีม่วง ตัวเลขแสดงจำนวนครั้งที่กดปุ่มและปุ่มกดเพิ่มจำนวน", - ), - image( - "Flutter/desktopExampleApp.png", - width: 90%, - alt: "โปรแกรมคอมพิวเตอร์ แถบหน้าต่างโปรแกรมสีดำ ในหน้าต่างประกอบด้วยส่วนประกอบคล้ายแอพลิเคชันบนโทรศัพท์", - ), +#afigure( + grid( + columns: 2, + align: horizon, + image( + "Flutter/mobileExampleApp.png", + height: 2.5in, + alt: "แอพลิเคชันมือถือ มีแถบสีม่วง ตัวเลขแสดงจำนวนครั้งที่กดปุ่มและปุ่มกดเพิ่มจำนวน", + ), + image( + "Flutter/desktopExampleApp.png", + width: 90%, + alt: "โปรแกรมคอมพิวเตอร์ แถบหน้าต่างโปรแกรมสีดำ ในหน้าต่างประกอบด้วยส่วนประกอบคล้ายแอพลิเคชันบนโทรศัพท์", ), - attr: "ส่วนหนึ่งของโครงงาน, ศตคุณ อุตมะ, ภายใต้ CC BY-SA 4.0", - caption: [แอพลิเคชันตัวอย่างบน Android 15 และ Arch Linux], ), - height: 3in, + attr: "ส่วนหนึ่งของโครงงาน, ศตคุณ อุตมะ, ภายใต้ CC BY-SA 4.0", + caption: [แอพลิเคชันตัวอย่างบน Android 15 และ Arch Linux], ) #show raw.where(block: true): set block(below: 2em) diff --git a/Chapter2/Intro.typ b/Chapter2/Intro.typ index 1dce2b4..c8e293e 100644 --- a/Chapter2/Intro.typ +++ b/Chapter2/Intro.typ @@ -1,15 +1,15 @@ #import "../PageTemplate.typ": i #set enum(indent: 3em, numbering: n => "2." + str(n)) -#i ผู้จัดทำโครงงาน “เครื่องยืนยันตัวตนด้วย NFC” ได้ศึกษาทฤษฎีที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ และ รวบรวมแนวทางและหลักการต่าง ๆ จากเอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ +#i ผู้จัดทำโครงงาน#h(1em)เครื่องยืนยันตัวตนด้วย NFC#h(1em)ได้ศึกษาทฤษฎีที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ และ รวบรวมแนวทางและหลักการต่าง ๆ จากเอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ + ไมโครคอนโทรเลอร์ (Microcontroller) ++ เซ็นเซอร์อินฟราเรดแบบพาสซีฟ (PIR) + ลำโพงสัญญาณ (Buzzer) + เกณฑ์วิธีขนส่งข้อความหลายมิติ (HyperText Transfer Protocol; HTTP) + เกณฑ์วิธีขนส่งข้อความหลายมิติแบบมั่นคง (Hypertext Transfer Protocol Secure; HTTPS) + เกณฑ์วิธีความมั่นคงของชั้นขนส่ง (Transport Layer Security; TLS) + การสื่อสารสนามใกล้ (Near-field communication; NFC) -+ เซ็นเซอร์อินฟราเรดแบบพาสซีฟ (เซนเซอร์ PIR) -+ ภาษาซี + Flutter + Git ++ ภาษาซี (C Programming Language) diff --git a/PageTemplate.typ b/PageTemplate.typ index 76f400a..c235b8f 100644 --- a/PageTemplate.typ +++ b/PageTemplate.typ @@ -7,6 +7,23 @@ } } +#let chapter-page(doc) = { + set page( + paper: "a4", + margin: ( + top: 2in, + left: 1.5in, + right: 1in, + bottom: 1in, + ), + header: context [ + #h(1fr) + #counter(page).display(thai-numbering) + ], + ) + doc +} + #let page-theme(doc) = { set page( paper: "a4", @@ -54,6 +71,7 @@ #box( hide(attr), width: 0pt, + height: 0pt, ) ]