Fixed according to feedback

This commit is contained in:
2026-01-10 17:12:32 +07:00
parent f72f0be591
commit 19fb847b7d
24 changed files with 1531 additions and 1266 deletions
+258
View File
@@ -0,0 +1,258 @@
#import "../PageTemplate.typ": *
== สร้างไฟล์แอปพลิเคชันด้วยตนเอง
#i โครงงานนี้ใช้แอปพลิเคชันที่สร้างขึ้นมาเอง โดยในการพัฒนาแอปพลิเคชัน
อย่างน้อยต้องมีส่วนประกอบดังกล่าวก่อน
- Flutter
- Git (ซึ่งคุณจะติดตั้งแล้วหากคุณทำตาม@writingFirmware)
#i อย่างไรก็ตาม Flutter มีข้อจำกัดว่า มีเพียง Android
เท่านั้นที่ไม่ว่าแพลตฟอร์มไหนก็จะสามารถคอมไพล์ไฟล์ `.apk` ออกมาได้ ดังนั้น
การสร้างแอปพลิเคชันสำหรับ Linux ต้องทำบน Linux เท่านั้น และการสร้างแอปพลิเคชันสำหรับ Windows
ต้องทำบน Windows เท่านั้น
=== การติดตั้งโปรแกรมเขียนโคด
#iii จริง แล้วนั้น Flutter สามารถทำงานกับโปรแกรมเขียนโคดใดก็ได้
แต่มีโปรแกรมเหล่านี้ที่อาจมีประสบการณ์การพัฒนาที่ดีกว่าโปรแกรมอื่น:
- Visual Studio Code (VS Code)
- Android Studio
- JetBrains IntelliJ
- Firebase Studio
#iii โครงงานนี้ใช้โปรแกรมเขียนโคด Android Studio เป็นหลักเนื่องจากแอปพลิเคชันโครงงานมี
Android เป็นเป้าหมายหลัก และ Android SDK สามารถจัดการได้ง่ายกว่าใน Android Studio
#iii การติดตั้ง Flutter สามารถทำได้สองวิธีด้วยกัน คือการติดตั้งผ่าน Visual Studio Code (VS
Code) และการติดตั้งด้วยตนเอง โดยหากต้องการใช้ VS Code เป็นโปรแกรมเขียนโคดอยู่แล้ว
สามารถติดตั้งผ่าน VS Code ได้เลย แต่ก่อนอื่น ต้องทำการติดตั้งโปรแกรมและไลบรารีพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับ
Flutter ก่อน
#pagebreak()
=== การติดตั้งโปรแกรมและไลบรารีที่จำเป็น
#[
#set enum(indent: 5.5em)
+ Windows: ติดตั้ง Git สำหรับ Windows ซึ่งคุณสามารถดูขั้นตอนการติดตั้งได้ที่
https://git-scm.com/install/windows หรือเพียงแค่ใช้คำสั่งด้านล่าง
#afigure(
```sh
winget install --id Git.Git -e --source winget
```,
kind: image,
caption: [คำสั่งในการติดตั้ง Git],
)
+ Linux: โปรดดู@flLinuxDetails สำหรับรายละเอียดแพคเกจและคำสั่งที่ต้องใช้สำหรับระบบต่าง
+ macOS: ใช้คำสั่งต่อไปนี้ในการติดตั้งเครื่องมือ Xcode ต่าง รวมถึง Git
#afigure(
```sh
xcode-select --install
```,
kind: image,
caption: [คำสั่งในการติดตั้งเครื่องมือ Xcode],
)
]
=== การติดตั้งผ่าน Visual Studio Code
#block(inset: (left: 4.5em))[
#set enum(indent: 1em)
+ เปิด VSCode
+ ติดตั้งส่วนขยาย Flutter \
อยู่ภายใต้ ID `Dart-Code.flutter` ทั้งบน Visual Studio Marketplace และ OpenVSX
+ ติดตั้ง Flutter ด้วย VS Code
+ เปิด Command Palette ด้วยเมนู *View* > *Command Palette* หรือกด Ctrl + Shift +
P
+ ใน Command Palette พิมพ์ `flutter`.
+ เลือก *Flutter: New Project*
+ VS Code จะให้คุณเลือก Flutter SDK บนคอมพิวเตอร์ของคุณ เลือก *Download SDK*
+ เมือหน้าไดอะลอก *Select Folder for Flutter SDK* แสดงขึ้น เลือกสถานที่ที่คุณอยากติดตั้ง
Flutter
+ คลิก *Clone Flutter* \
ในระหว่างการดาวน์โหลด VS Code จะแสดงการแจ้งเตือนนี้:
```
Downloading the Flutter SDK. This may take a few minutes.
```
การดาวน์โหลดนี้จะใช้เวลาสองสามนาที หากคุณเชื่อว่าการดาวน์โหลดหยุดชะงัก คุณสามารถคลิก
*Cancel* แล้วเริ่มต้นการติดตั้งใหม่ได้
+ คลิก *Add SDK to PATH* \
เมื่อเสร็จสิ้น จะมีการแจ้งเตือน
```
The Flutter SDK was added to your PATH
```
+ VS Code อาจแสดงการแจ้งเตือนเกี่ยวกับการเก็บข้อมูลของ Google หากคุณยินยอม คลิก *OK*
+ เพื่อความแน่ใจ กรุณาปิดเทอร์มินัลทุกหน้าต่างหรือรีสตาร์ท VS Code เพื่อให้แน่ใจว่า Flutter
จะสามารถใช้ผ่านเทอร์มินัลได้
+ เมื่อเสร็จสิ้น ใช้คำสั่ง `flutter doctor -v` ในเทอร์มินัลที่คุณเลือกเพื่อตรวจสอบการติดตั้ง
Flutter ของคุณ \
หากคำสั่งไม่เจอหรือเกิดข้อผิดพลาดขึ้น ตรวจสอบ
https://docs.flutter.dev/install/troubleshoot สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
]
=== การติดตั้งด้วยตนเอง
#iii แนะนำให้ทำตาม https://docs.flutter.dev/install/manual#install-flutter
เนื่องจากกระบวนการนี้ต้องใช้ข้อมูลที่ใหม่ล่าสุด
1. ดาวน์โหลด Flutter (สามารถหาปุ่มดาวน์โหลดได้จากลิงก์ด้านบน)
2. สร้างโฟลเดอร์สำหรับเก็บ Flutter SDK
3. ทำการแตกไฟล์ที่ดาวน์โหลดมา
4. เพิ่ม Flutter เข้าไปยัง PATH ของคุณ (วิธีการขึ้นอยู่กับระบบปฏิบัติการ)
5. ยืนยันความถูกต้องของการติดตั้งของคุณด้วยคำสั่ง `flutter doctor -v`
=== ข้อมูลเฉพาะแพลตฟอร์ม
==== Android <flAndroid>
#iiii ในการพัฒนาแอปพลิเคชัน Android โดยใช้เฟรมเวิร์ก Flutter
จำเป็นต้องใช้ส่วนประกอบเครื่องมือพัฒนา Android ดังนี้
- Android SDK (API Level 36 เวลาที่พิมพ์)
- Android SDK Build-Tools
- Android SDK Command-line Tools
- Android SDK Platform-Tools
- Android Emulator (ไม่บังคับ)
โดยแนะนำให้จัดการและติดตั้งเครื่องมือเหล่านี้ผ่าน Android Studio
#iiii ในการติดตั้ง Android SDK ควรติดตั้ง Android SDK
ล่าสุดถึงแม้ว่าอุปกรณ์ของคุณจะใช้เวอร์ชันที่เก่ากว่านั้น
เพื่อความมั่นใจว่าแอปพลิเคชันจะสามารถใช้กับอุปกรณ์ที่ใหม่ล่าสุดได้
#iiii แอปพลิเคชัน Android จะมี SDK/API level เป้าหมาย (Target SDK/API level) และ
SDK/API level ขั้นต่ำ (Minimum SDK/API level) โครงงานนี้ เวลาที่พิมพ์ ใช้ API level
เป้าหมาย 36 (Android 16) และ API level ขั้นต่ำ 24 (Android 7) ซึ่งรวมกันแล้ว
แอปพลิเคชัน#jb Android จะสามารถติดตั้งได้บนระบบตั้งแต่ API level ขั้นต่ำจนถึง API level
เป้าหมาย หรือก็คือ แอปพลิเคชันในโครงงานนี้สามารถติดตั้งได้ตั้งแต่บนระบบ Android 7 ถึง Android 16
นั่นเอง
===== Java/Kotlin
#iiiii Java และ Kotlin เป็นภาษาสำคัญสำหรับการพัฒนาแอปพลิเคชัน Android ถึงอย่างไรก็ตาม
แอปพลิเคชัน Flutter นั้นถูกเขียนด้วยภาษา Dart แต่ยังจำเป็นต้องมีโคด Java และ Kotlin
เล็กน้อยเพื่อเริ่มต้นแอปพลิเคชัน Flutter
#iiiii โดยปกติแล้ว Flutter จะสร้างโคดพื้นฐานขึ้นมาให้สำหรับการเริ่มแอปพลิเคชันแบบพื้นฐาน
ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องมีการเขียนโคด Java หรือ Kotlin เอง แต่ในบางกรณี
อาจต้องเขียนโคดเพิ่มเองหากมีความต้องการเข้าถึงฟีเจอร์พื้นฐานระบบที่ Flutter ไม่มี API
เพื่อให้เข้าถึงได้และไม่มีแพคเกจเพื่อรองรับฟีเจอร์ที่ต้องการ
#iiiii โครงการนี้ใช้ Java 21 (JetBrains Runtime/Azul Zulu OpenJDK)
เป็นหลักในการทำงานกับ Gradle แต่แอปพลิเคชัน Android ที่ผลิตออกมานั้น
เพื่อให้เข้ากับเวอร์ชันที่เก่ากว่าของระบบปฏิบัติการได้ ใช้ Java 11
===== Gradle
#iiiii Gradle เป็นเครื่องมือสร้างระบบอัตโนมัติสำหรับการพัฒนาซอฟต์แวร์หลายภาษา จัดการงานต่าง
เช่น การคอมไพล์ การแพ็คเกจ การทดสอบ การปรับใช้ และการเผยแพร่ ภาษาที่รองรับ ได้แก่ Java
(รวมถึงภาษา Kotlin, Groovy, Scala ที่ใช้ JDK), C/C++ และ JavaScript Gradle
พัฒนาต่อยอดจากแนวคิดของ Apache Ant และ Apache Maven และนำเสนอภาษาเฉพาะโดเมนที่ใช้
Groovy และ Kotlin ซึ่งต่างจากการกำหนดค่าโครงการที่ใช้ XML ที่ Maven ใช้ Gradle
ใช้กราฟแบบอะไซคลิกกำกับทิศทางเพื่อจัดการการอ้างอิง กราฟนี้ใช้เพื่อกำหนดลำดับของงานที่ควรดำเนินการ
Gradle ทำงานบน Java Virtual Machine
#iiiii Gradle คือเครื่องมือหลักที่ใช้ในการจัดการโปรเจกต์ Java ส่วนใหญ่ รวมถึงโปรเจกต์ Android
โดยในโครงการนี้ จะใช้ Gradle เวอร์ชัน 8.14.3 เป็นหลัก
#iiiii โดยปกติแล้ว ผู้พัฒนานั้นไม่มีความจำเป็นที่จะต้องแตะต้อง Gradle ด้วยตนเอง และ Flutter
จะทำการจัดการเอง แต่หากมีความจำเป็นต้องใช้คำสั่ง Gradle ด้วยตนเอง จะมีสคริปต์ `gradlew` (หรือ
`gradlew.bat` สำหรับผู้ใช้ Windows) ภายในโฟลเดอร์ `android` ของโปรเจกต์ Flutter
เสมอเพื่อเรียกใช้ Gradle ที่ถูกดาวน์โหลดมาสำหรับโปรเจกต์นั้น
==== Linux <flLinuxDetails>
#iiii เช่นเดียวกับ Android ที่กล่าวไปข้างต้น Flutter
มีการสร้างโคดสำหรับการเปิดแอปพลิเคชันแบบพื้นฐาน แต่สำหรับ Linux แล้วนั้น Flutter ใช้โคด C++
และเฟรมเวิร์ก CMake ในการสร้างรากฐานของแอปพลิเคชัน
#iiii ในการพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับ Linux ต้องติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติม#jb (build dependencies)
ขยายความคือ ด้านบนคือสิ่งที่จำเป็นหากมีระบบอื่นเป็นเป้าหมาย แต่หากต้องการพัฒนาแอปพลิเคชัน Linux
ต้องติดตั้งโปรแกรมในรายการหน้าถัดไปเพิ่ม
#pagebreak()
#grid(
columns: 2,
column-gutter: 1in,
[
- GTK 3 (ไลบรารีสำหรับการพัฒนา)
- pkg-config
- ไลบรารี GNU Standard C++ v3
],
[
- Clang
- CMake
- Ninja
],
)
#iiii การติดตั้งไลบรารีและโปรแกรมที่กล่าวไปข้างต้นจะแตกต่างกันไปแต่ละการแจกจ่าย Linux และ
Flutter ใช้ไลบรารีพื้นฐานดังกล่าวในการทำงานของแอปพลิเคชัน (runtime dependencies)
- GTK 3
- blkid
- LZMA
แต่โดยทั่วไปแล้ว ไลบรารีเหล่านี้ควรถูกติดตั้งมาอยู่แล้วหากคุณใช้ graphical desktop ทั่วไป
===== Debian
#afigure(
```sh
# Development dependencies:
sudo apt install curl git unzip xz-utils zip libglu1-mesa
# Linux build dependencies:
sudo apt install clang cmake ninja-build pkg-config libgtk-3-dev libstdc++-12-dev
# Runtime dependencies:
sudo apt install libgtk-3-0 libblkid1 liblzma5
```,
kind: image,
caption: [คำสั่งในการติดตั้งรายการแพคเกจต่าง บน Debian],
)
===== Fedora Linux
#afigure(
```sh
# Development dependencies:
sudo dnf install curl git unzip xz zip mesa-libglu
# Linux build dependencies:
sudo dnf install clang cmake ninja-build pkgconf gtk3
# Runtime dependencies:
sudo dnf install gtk3 libblkid xz
```,
kind: image,
caption: [คำสั่งในการติดตั้งรายการแพคเกจต่าง บน Fedora Linux],
)
===== Arch Linux
#afigure(
```sh
# Development dependencies:
sudo pacman -S --needed curl git unzip xz zip glu
# Linux build dependencies:
sudo pacman -S --needed clang cmake ninja pkgconf gtk3
# Runtime dependencies:
sudo pacman -S --needed util-linux-libs xz gtk3
```,
kind: image,
caption: [คำสั่งในการติดตั้งรายการแพคเกจต่าง บน Arch Linux],
)
==== macOS/iOS
#iiii การพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับ macOS และ iOS นั้นต้องทำบน#jb macOS
เท่านั้นและจำเป็นต้องพึ่งพาเครื่องมือ Xcode แต่เนื่องจากในโครงงานนี้ไม่มีผู้ใช้ macOS
จึงไม่สามารถสร้างไบนารีสำหรับ macOS และ iOS ออกมาได้ และไม่ใช่เป้าหมายของโครงงานนี้เช่นกัน
+1 -254
View File
@@ -344,260 +344,7 @@ https://gitskette.dailitation.xyz/linesofcodes/liteauth-firmware32 และท
#iiii *หมายเหตุ:* โปรดใช้คำสั่งประเภท `pio run` ในโฟลเดอร์ของโปรเจกต์
=== สร้างไฟล์แอปพลิเคชันด้วยตนเอง
#iii โครงงานนี้ใช้แอปพลิเคชันที่สร้างขึ้นมาเอง โดยในการพัฒนาแอปพลิเคชัน
อย่างน้อยต้องมีส่วนประกอบดังกล่าวก่อน
- Flutter
- Git (ซึ่งคุณจะติดตั้งแล้วหากคุณทำตาม@writingFirmware)
#iii อย่างไรก็ตาม Flutter มีข้อจำกัดว่า มีเพียง Android
เท่านั้นที่ไม่ว่าแพลตฟอร์มไหนก็จะสามารถคอมไพล์ไฟล์ `.apk` ออกมาได้ ดังนั้น
การสร้างแอปพลิเคชันสำหรับ Linux ต้องทำบน Linux เท่านั้น และการสร้างแอปพลิเคชันสำหรับ Windows
ต้องทำบน Windows เท่านั้น
==== การติดตั้งโปรแกรมเขียนโคด
#iiiii จริง แล้วนั้น Flutter สามารถทำงานกับโปรแกรมเขียนโคดใดก็ได้
แต่มีโปรแกรมเหล่านี้ที่อาจมีประสบการณ์การพัฒนาที่ดีกว่าโปรแกรมอื่น:
- Visual Studio Code (VS Code)
- Android Studio
- JetBrains IntelliJ
- Firebase Studio
#iii โครงงานนี้ใช้โปรแกรมเขียนโคด Android Studio เป็นหลักเนื่องจากแอปพลิเคชันโครงงานมี
Android เป็นเป้าหมายหลัก และ Android SDK สามารถจัดการได้ง่ายกว่าใน Android Studio
#iii การติดตั้ง Flutter สามารถทำได้สองวิธีด้วยกัน คือการติดตั้งผ่าน Visual Studio Code (VS
Code) และการติดตั้งด้วยตนเอง โดยหากต้องการใช้ VS Code เป็นโปรแกรมเขียนโคดอยู่แล้ว
สามารถติดตั้งผ่าน VS Code ได้เลย แต่ก่อนอื่น ต้องทำการติดตั้งโปรแกรมและไลบรารีพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับ
Flutter ก่อน
#pagebreak()
==== การติดตั้งโปรแกรมและไลบรารีที่จำเป็น
#[
#set enum(indent: 9.25em)
+ Windows: ติดตั้ง Git สำหรับ Windows ซึ่งคุณสามารถดูขั้นตอนการติดตั้งได้ที่
https://git-scm.com/install/windows หรือเพียงแค่ใช้คำสั่งด้านล่าง
#afigure(
```sh
winget install --id Git.Git -e --source winget
```,
kind: image,
caption: [คำสั่งในการติดตั้ง Git],
)
+ Linux: โปรดดู@flLinuxDetails สำหรับรายละเอียดแพคเกจและคำสั่งที่ต้องใช้สำหรับระบบต่าง
+ macOS: ใช้คำสั่งต่อไปนี้ในการติดตั้งเครื่องมือ Xcode ต่าง รวมถึง Git
#afigure(
```sh
xcode-select --install
```,
kind: image,
caption: [คำสั่งในการติดตั้งเครื่องมือ Xcode],
)
]
==== การติดตั้งผ่าน Visual Studio Code
#block(inset: (left: 8.25em))[
#set enum(indent: 1em)
+ เปิด VSCode
+ ติดตั้งส่วนขยาย Flutter \
อยู่ภายใต้ ID `Dart-Code.flutter` ทั้งบน Visual Studio Marketplace และ OpenVSX
+ ติดตั้ง Flutter ด้วย VS Code
+ เปิด Command Palette ด้วยเมนู *View* > *Command Palette* หรือกด Ctrl + Shift +
P
+ ใน Command Palette พิมพ์ `flutter`.
+ เลือก *Flutter: New Project*
+ VS Code จะให้คุณเลือก Flutter SDK บนคอมพิวเตอร์ของคุณ เลือก *Download SDK*
+ เมือหน้าไดอะลอก *Select Folder for Flutter SDK* แสดงขึ้น เลือกสถานที่ที่คุณอยากติดตั้ง
Flutter
+ คลิก *Clone Flutter* \
ในระหว่างการดาวน์โหลด VS Code จะแสดงการแจ้งเตือนนี้:
```
Downloading the Flutter SDK. This may take a few minutes.
```
การดาวน์โหลดนี้จะใช้เวลาสองสามนาที หากคุณเชื่อว่าการดาวน์โหลดหยุดชะงัก คุณสามารถคลิก
*Cancel* แล้วเริ่มต้นการติดตั้งใหม่ได้
+ คลิก *Add SDK to PATH* \
เมื่อเสร็จสิ้น จะมีการแจ้งเตือน
```
The Flutter SDK was added to your PATH
```
+ VS Code อาจแสดงการแจ้งเตือนเกี่ยวกับการเก็บข้อมูลของ Google หากคุณยินยอม คลิก *OK*
+ เพื่อความแน่ใจ กรุณาปิดเทอร์มินัลทุกหน้าต่างหรือรีสตาร์ท VS Code เพื่อให้แน่ใจว่า Flutter
จะสามารถใช้ผ่านเทอร์มินัลได้
+ เมื่อเสร็จสิ้น ใช้คำสั่ง `flutter doctor -v` ในเทอร์มินัลที่คุณเลือกเพื่อตรวจสอบการติดตั้ง
Flutter ของคุณ \
หากคำสั่งไม่เจอหรือเกิดข้อผิดพลาดขึ้น ตรวจสอบ
https://docs.flutter.dev/install/troubleshoot สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
]
==== การติดตั้งด้วยตนเอง
#iiii แนะนำให้ทำตาม https://docs.flutter.dev/install/manual#install-flutter
เนื่องจากกระบวนการนี้ต้องใช้ข้อมูลที่ใหม่ล่าสุด
1. ดาวน์โหลด Flutter (สามารถหาปุ่มดาวน์โหลดได้จากลิงก์ด้านบน)
2. สร้างโฟลเดอร์สำหรับเก็บ Flutter SDK
3. ทำการแตกไฟล์ที่ดาวน์โหลดมา
4. เพิ่ม Flutter เข้าไปยัง PATH ของคุณ (วิธีการขึ้นอยู่กับระบบปฏิบัติการ)
5. ยืนยันความถูกต้องของการติดตั้งของคุณด้วยคำสั่ง `flutter doctor -v`
==== ข้อมูลเกี่ยวกับแพลตฟอร์ม
===== Android <flAndroid>
#iiiii ในการพัฒนาแอปพลิเคชัน Android โดยใช้เฟรมเวิร์ก Flutter
จำเป็นต้องใช้ส่วนประกอบเครื่องมือพัฒนา Android ดังนี้
- Android SDK (API Level 36 เวลาที่พิมพ์)
- Android SDK Build-Tools
- Android SDK Command-line Tools
- Android SDK Platform-Tools
- Android Emulator (ไม่บังคับ)
โดยแนะนำให้จัดการและติดตั้งเครื่องมือเหล่านี้ผ่าน Android Studio
#iiiii ในการติดตั้ง Android SDK ควรติดตั้ง Android SDK
ล่าสุดถึงแม้ว่าอุปกรณ์ของคุณจะใช้เวอร์ชันที่เก่ากว่านั้น
เพื่อความมั่นใจว่าแอปพลิเคชันจะสามารถใช้กับอุปกรณ์ที่ใหม่ล่าสุดได้
#iiiii แอปพลิเคชัน Android จะมี SDK/API level เป้าหมาย (Target SDK/API level) และ
SDK/API level ขั้นต่ำ (Minimum SDK/API level) โครงงานนี้ เวลาที่พิมพ์ ใช้ API level
เป้าหมาย 36 (Android 16) และ API level ขั้นต่ำ 24 (Android 7) ซึ่งรวมกันแล้ว
แอปพลิเคชัน#jb Android จะสามารถติดตั้งได้บนระบบตั้งแต่ API level ขั้นต่ำจนถึง API level
เป้าหมาย หรือก็คือ แอปพลิเคชันในโครงงานนี้สามารถติดตั้งได้ตั้งแต่บนระบบ Android 7 ถึง Android 16
นั่นเอง
====== Java/Kotlin
#iiiiii Java และ Kotlin เป็นภาษาสำคัญสำหรับการพัฒนาแอปพลิเคชัน Android ถึงอย่างไรก็ตาม
แอปพลิเคชัน Flutter นั้นถูกเขียนด้วยภาษา Dart แต่ยังจำเป็นต้องมีโคด Java และ Kotlin
เล็กน้อยเพื่อเริ่มต้นแอปพลิเคชัน Flutter
#iiiiii โดยปกติแล้ว Flutter จะสร้างโคดพื้นฐานขึ้นมาให้สำหรับการเริ่มแอปพลิเคชันแบบพื้นฐาน
ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องมีการเขียนโคด Java หรือ Kotlin เอง แต่ในบางกรณี
อาจต้องเขียนโคดเพิ่มเองหากมีความต้องการเข้าถึงฟีเจอร์พื้นฐานระบบที่ Flutter ไม่มี API
เพื่อให้เข้าถึงได้และไม่มีแพคเกจเพื่อรองรับฟีเจอร์ที่ต้องการ
#iiiiii โครงการนี้ใช้ Java 21 (JetBrains Runtime/Azul Zulu OpenJDK)
เป็นหลักในการทำงานกับ Gradle แต่แอปพลิเคชัน Android ที่ผลิตออกมานั้น
เพื่อให้เข้ากับเวอร์ชันที่เก่ากว่าของระบบปฏิบัติการได้ ใช้ Java 11
====== Gradle
#iiiiii Gradle เป็นเครื่องมือสร้างระบบอัตโนมัติสำหรับการพัฒนาซอฟต์แวร์หลายภาษา จัดการงานต่าง
เช่น การคอมไพล์ การแพ็คเกจ การทดสอบ การปรับใช้ และการเผยแพร่ ภาษาที่รองรับ ได้แก่ Java
(รวมถึงภาษา Kotlin, Groovy, Scala ที่ใช้ JDK), C/C++ และ JavaScript Gradle
พัฒนาต่อยอดจากแนวคิดของ Apache Ant และ Apache Maven และนำเสนอภาษาเฉพาะโดเมนที่ใช้
Groovy และ Kotlin ซึ่งต่างจากการกำหนดค่าโครงการที่ใช้ XML ที่ Maven ใช้ Gradle
ใช้กราฟแบบอะไซคลิกกำกับทิศทางเพื่อจัดการการอ้างอิง กราฟนี้ใช้เพื่อกำหนดลำดับของงานที่ควรดำเนินการ
Gradle ทำงานบน Java Virtual Machine
#iiiiii Gradle คือเครื่องมือหลักที่ใช้ในการจัดการโปรเจกต์ Java ส่วนใหญ่ รวมถึงโปรเจกต์ Android
โดยในโครงการนี้ จะใช้ Gradle เวอร์ชัน 8.14.3 เป็นหลัก
#iiiiii โดยปกติแล้ว ผู้พัฒนานั้นไม่มีความจำเป็นที่จะต้องแตะต้อง Gradle ด้วยตนเอง และ Flutter
จะทำการจัดการเอง แต่หากมีความจำเป็นต้องใช้คำสั่ง Gradle ด้วยตนเอง จะมีสคริปต์ `gradlew` (หรือ
`gradlew.bat` สำหรับผู้ใช้ Windows) ภายในโฟลเดอร์ `android` ของโปรเจกต์ Flutter
เสมอเพื่อเรียกใช้ Gradle ที่ถูกดาวน์โหลดมาสำหรับโปรเจกต์นั้น
===== Linux <flLinuxDetails>
#iiiii เช่นเดียวกับ Android ที่กล่าวไปข้างต้น Flutter
มีการสร้างโคดสำหรับการเปิดแอปพลิเคชันแบบพื้นฐาน แต่สำหรับ Linux แล้วนั้น Flutter ใช้โคด C++
และเฟรมเวิร์ก CMake ในการสร้างรากฐานของแอปพลิเคชัน
#iiiii ในการพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับ Linux ต้องติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติม (build dependencies)
ขยายความคือ ด้านบนคือสิ่งที่จำเป็นหากมีระบบอื่นเป็นเป้าหมาย แต่หากต้องการพัฒนาแอปพลิเคชัน Linux
ต้องติดตั้งโปรแกรมในรายการด้านล่างเพิ่ม
#grid(
columns: 2,
column-gutter: 1in,
[
- GTK 3 (ไลบรารีสำหรับการพัฒนา)
- pkg-config
- ไลบรารี GNU Standard C++ v3
],
[
- Clang
- CMake
- Ninja
],
)
#iiiii การติดตั้งไลบรารีและโปรแกรมที่กล่าวไปข้างต้นจะแตกต่างกันไปแต่ละการแจกจ่าย Linux และ
Flutter ใช้ไลบรารีพื้นฐานดังกล่าวในการทำงานของแอปพลิเคชัน (runtime dependencies)
- GTK 3
- blkid
- LZMA
แต่โดยทั่วไปแล้ว ไลบรารีเหล่านี้ควรถูกติดตั้งมาอยู่แล้วหากคุณใช้ graphical desktop ทั่วไป
====== Debian
#afigure(
```sh
# Development dependencies:
sudo apt install curl git unzip xz-utils zip libglu1-mesa
# Linux build dependencies:
sudo apt install clang cmake ninja-build pkg-config libgtk-3-dev libstdc++-12-dev
# Runtime dependencies:
sudo apt install libgtk-3-0 libblkid1 liblzma5
```,
kind: image,
caption: [คำสั่งในการติดตั้งรายการแพคเกจต่าง บน Debian],
)
====== Fedora Linux
#afigure(
```sh
# Development dependencies:
sudo dnf install curl git unzip xz zip mesa-libglu
# Linux build dependencies:
sudo dnf install clang cmake ninja-build pkgconf gtk3
# Runtime dependencies:
sudo dnf install gtk3 libblkid xz
```,
kind: image,
caption: [คำสั่งในการติดตั้งรายการแพคเกจต่าง บน Fedora Linux],
)
====== Arch Linux
#afigure(
```sh
# Development dependencies:
sudo pacman -S --needed curl git unzip xz zip glu
# Linux build dependencies:
sudo pacman -S --needed clang cmake ninja pkgconf gtk3
# Runtime dependencies:
sudo pacman -S --needed util-linux-libs xz gtk3
```,
kind: image,
caption: [คำสั่งในการติดตั้งรายการแพคเกจต่าง บน Arch Linux],
)
===== macOS/iOS
#iiiii การพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับ macOS และ iOS นั้นต้องทำบน#jb macOS
เท่านั้นและจำเป็นต้องพึ่งพาเครื่องมือ Xcode แต่เนื่องจากในโครงงานนี้ไม่มีผู้ใช้ macOS
จึงไม่สามารถสร้างไบนารีสำหรับ macOS และ iOS ออกมาได้ และไม่ใช่เป้าหมายของโครงงานนี้เช่นกัน
#include "BuildApp.typ"
== การทดสอบ
Binary file not shown.

After

Width:  |  Height:  |  Size: 2.8 MiB