Chapter 3 & Spacing Fix

This commit is contained in:
2025-12-19 14:53:17 +07:00
parent 4d77d36db7
commit 95f5cd414e
7 changed files with 550 additions and 52 deletions
+2 -2
View File
@@ -27,7 +27,7 @@
[ครูที่ปรึกษา], [นายภาคิน เหรียญทอง],
[ครูที่ปรึกษาร่วม], [นายวสันต์ สารคำ],
)
\ \
#v(2em)
= บทคัดย่อ
@@ -61,7 +61,7 @@
[Thesis Advisor], [Mister Pakin Reanthong],
[Thesis Co-advisor], [Mister Wasan Sarakum],
)
\ \
#v(2em)
= Abstract
+17 -2
View File
@@ -1,4 +1,4 @@
#import "../PageTemplate.typ": chapter-page, i
#import "../PageTemplate.typ": chapter-page, i, jb
#show: chapter-page
#set enum(indent: 3em, numbering: n => "2." + str(n))
@@ -23,4 +23,19 @@
== ไมโครคอนโทรเลอร์ (Microcontroller)
#i ความรู้เกี่ยวกับไมโครคอนโทรลเลอร์เบื้องต้น ไมโครคอนโทรลเลอร์ (มักย่อว่า uC หรือ MCU) คือ อุปกรณ์ควบคุมขนาดเล็ก ซึ่งบรรจุความสามารถที่คล้ายคลึงกับระบบคอมพิวเตอร์ โดยใน ไมโครคอนโทรลเลอร์ได้รวม เอาซีพียูหน่วยความจำและพอร์ต ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักสำคัญของ ระบบคอมพิวเตอร์เข้าไว้ด้วยกัน โดยทำการบรรจุเข้าไว้ในตัวถังเดียวกัน ไมโครคอนโทรลเลอร์ถ้าแปล ความหมายแบบตรงตัวก็คือ ระบบคอนโทรลขนาดเล็กเรียกอีกอย่างหนึ่งคือเป็นระบบคอมพิวเตอร์ ขนาดเล็ก ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย โดยผ่านการออกแบบวงจรให้เหมาะกับงาน ต่างๆ และยังสามารถเขียนโปรแกรมคำสั่งเพื่อควบคุมขา Input/Output เพื่อสั่งงานให้ไป ควบคุม อุปกรณ์ต่างๆ ได้อีกด้วย ซึ่งก็นับว่าเป็นระบบที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย ทั้ง ทางด้าน Digital และ Analog ยกตัวอย่างเช่น ระบบสัญญาณตอบรับอัตโนมัติ, ระบบบัตรคิว, ระบบ ตอกบัตรพนักงาน และอื่นๆ ยิ่งระบบไมโครคอนโทรลเลอร์ในยุคปัจจุบันนั้นสามารถทำการเชื่อต่อกับ ระบบ Network ของคอมพิวเตอร์ทั่วไปได้อีกด้วย ดังนั้นการสั่งงานจึงไม่ใช่แค่หน้าแผงวงจร แต่ อาจจะเป็นการสั่งงานอยู่คนละ ซีกโลกผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตก็ได้โครงสร้างโดยทั่วไปของไมโครคอนโทรลเลอร์นั้น สามารถแบ่งออกมาได้เป็น 5 ส่วนใหญ่ๆ ได้แก่ หน่วยประมวลผลกลาง หรือ ซีพียู, หน่วยความจ า, ส่วนติดต่อกับอุปกรณ์ภายนอก หรือพอร์ต, ช่องทางเดินของสัญญาณ หรือบัส และ วงจรกำเนิดสัญญาณนาฬิกา หน่วยความจำนั้น สามารถแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ หน่วยความจำที่มีไว้สำหรับเก็บ โปรแกรมหลัก เปรียบเสมือนฮาร์ดดิสก์และหน่วยความจำข้อมูล ใช้เป็นเหมือนกับ กระดาษทดในการ คำนวณของซีพียู โดย ESP32 เป็นไมโครคอนโทรลเลอร์แบบ System-on-a-Chip (SoC) ที่มีการรวมส่วนประกอบทั้งหมดที่จำเป็นสำหรับการประมวลผลและการสื่อสารไร้สายไว้ในชิปเดียว ที่มีคุณสมบัติเด่นด้านการ
#i ความรู้เกี่ยวกับไมโครคอนโทรลเลอร์เบื้องต้น ไมโครคอนโทรลเลอร์ (มักย่อว่า uC หรือ MCU) คือ
อุปกรณ์ควบคุมขนาดเล็ก ซึ่งบรรจุความสามารถที่คล้ายคลึงกับระบบคอมพิวเตอร์ โดยใน
ไมโครคอนโทรลเลอร์ได้รวม เอาซีพียูหน่วยความจำและพอร์ต ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักสำคัญของ
ระบบคอมพิวเตอร์เข้าไว้ด้วยกัน โดยทำการบรรจุเข้าไว้ในตัวถังเดียวกัน ไมโครคอนโทรลเลอร์ถ้าแปล
ความหมายแบบตรงตัวก็คือ ระบบคอนโทรลขนาดเล็กเรียกอีกอย่างหนึ่งคือเป็นระบบคอมพิวเตอร์ ขนาดเล็ก
ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย โดยผ่านการออกแบบวงจรให้เหมาะกับงาน ต่างๆ
และยังสามารถเขียนโปรแกรมคำสั่งเพื่อควบคุมขา Input/Output เพื่อสั่งงานให้ไป ควบคุม อุปกรณ์ต่างๆ
ได้อีกด้วย ซึ่งก็นับว่าเป็นระบบที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย ทั้ง ทางด้าน Digital และ
Analog ยกตัวอย่างเช่น ระบบสัญญาณตอบรับอัตโนมัติ, ระบบบัตรคิว, ระบบ ตอกบัตรพนักงาน และอื่นๆ
ยิ่งระบบไมโครคอนโทรลเลอร์ในยุคปัจจุบันนั้นสามารถทำการเชื่อต่อกับ ระบบ Network
ของคอมพิวเตอร์ทั่วไปได้อีกด้วย ดังนั้นการสั่งงานจึงไม่ใช่แค่หน้าแผงวงจร แต่ อาจจะเป็นการสั่งงานอยู่คนละ
ซีกโลกผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตก็ได้โครงสร้างโดยทั่วไปของไมโครคอนโทรลเลอร์นั้น
สามารถแบ่งออกมาได้เป็น 5 ส่วนใหญ่ ได้แก่ หน่วยประมวลผลกลาง หรือ ซีพียู, หน่วยความจำ,
ส่วนติดต่อกับอุปกรณ์ภายนอก หรือพอร์ต, ช่องทางเดินของสัญญาณ หรือบัส และ วงจรกำเนิดสัญญาณนาฬิกา#jb
หน่วยความจำนั้น สามารถแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ หน่วยความจำที่มีไว้สำหรับเก็บ โปรแกรมหลัก
เปรียบเสมือนฮาร์ดดิสก์และหน่วยความจำข้อมูล ใช้เป็นเหมือนกับ กระดาษทดในการ คำนวณของ#jb
+93 -32
View File
@@ -1,22 +1,38 @@
#import "../PageTemplate.typ": i
#import "../PageTemplate.typ": i, jb
เชื่อมต่อ Wi-Fi และ Bluetooth ในตัว เป็นชิปไมโครคอนโทรลเลอร์แบบ 32 บิต ที่มีความสามารถสูง พัฒนาและผลิตโดย บริษัท Espressif Systems จากประเทศจีน ส่วนประกอบหลักของบอร์ด ESP32
ซีพียู โดย ESP32 เป็นไมโครคอนโทรลเลอร์แบบ System-on-a-Chip (SoC)
ที่มีการรวมส่วนประกอบทั้งหมดที่จำเป็นสำหรับการประมวลผลและการสื่อสารไร้สายไว้ในชิปเดียว
ที่มีคุณสมบัติเด่นด้านการเชื่อมต่อ Wi-Fi และ Bluetooth ในตัว เป็นชิปไมโครคอนโทรลเลอร์แบบ 32 บิต
ที่มีความสามารถสูง พัฒนาและผลิตโดย บริษัท Espressif Systems จากประเทศจีน
ส่วนประกอบหลักของบอร์ด ESP32
#i ESP32 คือ ไมโครคอนโทรลเลอร์ราคาประหยัดและประหยัดพลังงานที่ผสานรวมความสามารถทั้ง Wi-Fi และ Bluetooth ชิปเหล่านี้มีตัวเลือกการประมวลผลที่หลากหลาย รวมถึง ไมโครโปรเซสเซอร์ Tensilica Xtensa LX6 ที่มีทั้งแบบดูอัลคอร์และแบบซิงเกิลคอร์ โปรเซสเซอร์ดูอัลคอร์\
Xtensa LX7 หรือ ไมโครโปรเซสเซอร์ RISC-V แบบซิงเกิลคอร์ นอกจากนี้ ESP32 ยังมีส่วนประกอบที่จำเป็นสำหรับการสื่อสารข้อมูลไร้สาย เช่น สวิตช์เสาอากาศในตัว บาลัน RF เครื่องขยายสัญญาณ ตัวรับสัญญาณเสียงรบกวนต่ำ ตัวกรอง และโมดูลจัดการพลังงาน
#i ESP32 คือ ไมโครคอนโทรลเลอร์ราคาประหยัดและประหยัดพลังงานที่ผสานรวมความสามารถทั้ง Wi-Fi
และ Bluetooth ชิปเหล่านี้มีตัวเลือกการประมวลผลที่หลากหลาย รวมถึง ไมโครโปรเซสเซอร์#jb
Tensilica Xtensa LX6 ที่มีทั้งแบบดูอัลคอร์และแบบซิงเกิลคอร์ โปรเซสเซอร์ดูอัลคอร์ Xtensa LX7 หรือ
ไมโครโปรเซสเซอร์ RISC-V แบบซิงเกิลคอร์ นอกจากนี้ ESP32
ยังมีส่วนประกอบที่จำเป็นสำหรับการสื่อสารข้อมูลไร้สาย เช่น สวิตช์เสาอากาศในตัว บาลัน RF
เครื่องขยายสัญญาณ ตัวรับสัญญาณเสียงรบกวนต่ำ ตัวกรอง และโมดูลจัดการพลังงาน
#i โดยทั่วไป ESP32 จะถูกฝังอยู่บนแผงวงจรพิมพ์เฉพาะอุปกรณ์ หรือนำเสนอเป็นส่วนหนึ่งของชุดพัฒนาที่มี พินและขั้วต่อ GPIO หลากหลายรูป แบบ โดยมีการกำหนดค่าแตกต่างกันไปตามรุ่นและผู้ผลิต ESP32 ออกแบบโดย Espressif Systems และผลิตโดย TSMC โดยใช้กระบวนการ 40 นาโนเมตรเป็นรุ่นต่อยอดจากไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP8266
#i โดยทั่วไป ESP32 จะถูกฝังอยู่บนแผงวงจรพิมพ์เฉพาะอุปกรณ์ หรือนำเสนอเป็นส่วนหนึ่งของชุดพัฒนาที่มี
พินและขั้วต่อ GPIO หลากหลายรูป แบบ โดยมีการกำหนดค่าแตกต่างกันไปตามรุ่นและผู้ผลิต ESP32
ออกแบบโดย Espressif Systems และผลิตโดย TSMC โดยใช้กระบวนการ 40
นาโนเมตรเป็นรุ่นต่อยอดจากไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP8266
#i นับตั้งแต่เปิดตัว ESP32 รุ่นดั้งเดิม มีการเปิดตัวและประกาศรุ่นต่างๆ มากมาย พวกมันรวมกันเป็นไมโครคอนโทรลเลอร์ตระกูล ESP32 ชิปเหล่านี้มี CPU และความสามารถที่แตกต่างกัน แต่ทั้งหมดใช้ SDK เดียวกันและส่วนใหญ่เข้ากันได้กับโค้ด นอกจากนี้ ESP32 รุ่นดั้งเดิมยังได้รับการปรับปรุง และส่วนประกอบหลักของบอร์ด ESP32 คือ
ไมโครโปรเซสเซอร์ LX6 32 บิตแบบคอร์เดี่ยว/คู่ Xtensa
รองรับหน่วยจุดลอยตัวความแม่นยำเดี่ยว (FPU)
ไวไฟ: 802.11b/g/n
บลูทูธ: v4.2 BR/EDR และ BLE (แชร์วิทยุกับ Wi-Fi) GPIO จำนวน 34 ตัว
ADC SAR #math.equation($2 times 12$, alt: "2 คูณ 12") บิต สูงสุด 18 ช่องและ #math.equation($2 times 8$, alt: "2 คูณ 8") บิต DAC
#i นับตั้งแต่เปิดตัว ESP32 รุ่นดั้งเดิม มีการเปิดตัวและประกาศรุ่นต่างๆ มากมาย
พวกมันรวมกันเป็นไมโครคอนโทรลเลอร์ตระกูล ESP32 ชิปเหล่านี้มี CPU และความสามารถที่แตกต่างกัน
แต่ทั้งหมดใช้ SDK เดียวกันและส่วนใหญ่เข้ากันได้กับโค้ด นอกจากนี้ ESP32 รุ่นดั้งเดิมยังได้รับการปรับปรุง
และส่วนประกอบหลักของบอร์ด ESP32 คือ ไมโครโปรเซสเซอร์ LX6 32 บิตแบบคอร์เดี่ยว/คู่ Xtensa
รองรับหน่วยจุดลอยตัวความแม่นยำเดี่ยว (FPU) ไวไฟ: 802.11b/g/n บลูทูธ: v4.2 BR/EDR และ BLE
(แชร์วิทยุกับ Wi-Fi) GPIO จำนวน 34 ตัว ADC SAR #math.equation(
$2 times 12$,
alt: "2 คูณ 12",
) บิต สูงสุด 18 ช่องและ #math.equation($2 times 8$, alt: "2 คูณ 8") บิต DAC
== ตารางพาร์ทิชัน (Partition Table)
#i ตารางพาร์ทิชันคือสิ่งที่กำหนดการจัดการรูปแบบหน่วยความจำแฟลชและข้อมูลต่าง จะถูกเก็บไว้ในแต่ละพาร์ทิชัน โดยผู้พัฒนาสามารถใช้รูปแบบตารางพาร์ทิชันที่ถูกกำหนดมาไว้แล้วหรือสามารถกำหนดรูปแบบตารางพาร์ทิชันเองก็ได้
#i ตารางพาร์ทิชันคือสิ่งที่กำหนดการจัดการรูปแบบหน่วยความจำแฟลชและข้อมูลต่าง
จะถูกเก็บไว้ในแต่ละพาร์ทิชัน
โดยผู้พัฒนาสามารถใช้รูปแบบตารางพาร์ทิชันที่ถูกกำหนดมาไว้แล้วหรือสามารถกำหนดรูปแบบตารางพาร์ทิชันเองก็ได้
#i โดยตารางพาร์ทัชันที่ถูกใช้ในโครงงานนี้มีรูปแบบดังนี้
@@ -28,31 +44,63 @@ ADC SAR #math.equation($2 times 12$, alt: "2 คูณ 12") บิต สูง
..partition-table.flatten().slice(6),
)
ซึ่งคือตารางค่าเริ่มต้นของ ESP32 ใน Arduino platform อย่างไรก็ตามมีการเปลี่ยนแปลงระบบเก็บไฟล์จาก SPIFFS เป็น LittleFS โดยที่:
ซึ่งคือตารางค่าเริ่มต้นของ ESP32 ใน Arduino platform
อย่างไรก็ตามมีการเปลี่ยนแปลงระบบเก็บไฟล์จาก SPIFFS เป็น LittleFS โดยที่:
+ *Name:* ชื่อของพาร์ทิชัน ห้ามซ้ำกัน ชื่อนั้นไม่สำคัญต่อระบบและต้องขนาดไม่เกิน 16 ตัวอักษร (ไม่มีอักขระพิเศษ)
+ *Name:* ชื่อของพาร์ทิชัน ห้ามซ้ำกัน ชื่อนั้นไม่สำคัญต่อระบบและต้องขนาดไม่เกิน 16 ตัวอักษร
(ไม่มีอักขระพิเศษ)
+ *Type:* ประเภทของพาร์ทัชัน สามารถเป็น `data` หรือ `app` ได้
- `app` คือพาร์ทิชันที่ใช้ในการเก็บแอพลิเคชัน
- `data` คือพาร์ทิชันที่ใช้ในการเก็บข้อมูลทั่วไป
+ *SubType:* ประเภทย่อย ระบุการใช้งานของพาร์ทิชัน `app` และ `data`
- `data`
- `ota`: พาร์ทัชันเก็บข้อมูล OTA (สำหรับการอัพเดททางอากาศ, Over-the-air update) โดยหากไม่ใช้งาน OTA สามารถนำออกได้ โดยขนาดของพาร์ทิชันนี้ควรจะมีขนาดที่แน่นอนอยู่ที่ 8 KiB (0x2000 ไบต์)
- `nvs`: พาร์ทิชันเก็บข้อมูลทั่วไปเช่น ข้อมูล Wi-Fi, ข้อมูลการสอบเทียบ PHY ของอุปกรณ์, และข้อมูลอื่น ที่ต้องถูกเก็บบนหน่วยความจำถาวร (Non-volatile memory) โดยพาร์ทิชันประเภทนี้เหมาะสมสำหรับการเก็บข้อมูลการตั้งค่าเล็กน้อย ใบรองรับคลาวด์ ฯลฯ และการใช้งาน NVS อีกอย่างคือการเก็บข้อมูลที่ละเอียดอ่อน เนื่องจาก NVS รองรับการเข้ารหัส และเป็นสิ่งที่แนะนำอย่างมากที่จะมีพาร์ทิชัน NVS ขนาดขั้นต่ำ 12 KiB (0x3000 ไบต์) และหากจำเป็น คุณสามารถขยายขนาดเพิ่มได้ โดยขนาดที่แนะนำนั้นอยู่ระหว่าง 12 KiB และ 64 KiB ถึงแม้ว่าคุณจะสามารถขยายให้มันใหญ่กว่านี้ได้ การใช้งานระบบไฟล์เช่น FAT หรือ SPIFFS นั้นจะเหมาะสมสำหรับข้อมูลที่ใหญ่กว่า
- `coredump`: ประเภทพาร์ทิชันย่อยนี้มีหน้าที่ในการเก็บข้อมูล core dump บนหน่วยความจำแฟลช โดย core dump นั้นคือข้อมูลที่ถูกใช้งานสำหรับการตรวจสอบข้อผิด-พลาดร้ายแรงเช่นการแครชและแพนิค โดยฟังก์ชันนี้จะต้องถูกเปิดในการตั้งค่าโปรเจกต์และตั้งที่หมายในการแฟลช และพาร์ทิชันนี้มีขนาดที่แนะนำอยู่ที่ 64 KiB (0x10000)
- `nvs_keys`: พาร์ทิชันที่เป็นประเภทย่อยนี้เก็บคีย์การเข้ารหัสของพาร์ทัชัน NVS เมื่อการเข้ารหัสถูกใช้งาน โดยมีขนาดอยู่ที่ 4 KiB (0x1000)
- `fat`: กำหนดพาร์ทิชันสำหรับระบบไฟล์ FAT โดยที่จะเหมาะสมสำหรับข้อมูลใหญ่ และหากข้อมูลนั้นถูกเปลี่ยนแปลงบ่อย โดยระบบไฟล์ FAT สามารถใช้ฟีเจอร์ wear leveling และการเข้ารหัสได้
- `spiffs`: กำหนดพาร์ทิชันสำหรับระบบไฟล์ SPIFFS เหมาะสำหรับไฟล์ใหญ่เช่นกันและรองรับ wear leveling อย่างไรก็ตาม ระบบไฟล์นี้ไม่รองรับการเข้ารหัส
- `ota`: พาร์ทัชันเก็บข้อมูล OTA (สำหรับการอัพเดททางอากาศ, Over-the-air update)
โดยหากไม่ใช้งาน OTA สามารถนำออกได้ โดยขนาดของพาร์ทิชันนี้ควรจะมีขนาดที่แน่นอนอยู่ที่ 8 KiB
(0x2000 ไบต์)
- `nvs`: พาร์ทิชันเก็บข้อมูลทั่วไปเช่น ข้อมูล Wi-Fi, ข้อมูลการสอบเทียบ PHY ของอุปกรณ์,
และข้อมูลอื่น ที่ต้องถูกเก็บบนหน่วยความจำถาวร (Non-volatile memory)
โดยพาร์ทิชันประเภทนี้เหมาะสมสำหรับการเก็บข้อมูลการตั้งค่าเล็กน้อย ใบรองรับคลาวด์ ฯลฯ
และการใช้งาน NVS อีกอย่างคือการเก็บข้อมูลที่ละเอียดอ่อน เนื่องจาก NVS รองรับการเข้ารหัส
และเป็นสิ่งที่แนะนำอย่างมากที่จะมีพาร์ทิชัน NVS ขนาดขั้นต่ำ 12 KiB (0x3000 ไบต์)
และหากจำเป็น คุณสามารถขยายขนาดเพิ่มได้ โดยขนาดที่แนะนำนั้นอยู่ระหว่าง 12 KiB และ 64
KiB ถึงแม้ว่าคุณจะสามารถขยายให้มันใหญ่กว่านี้ได้ การใช้งานระบบไฟล์เช่น FAT หรือ SPIFFS
นั้นจะเหมาะสมสำหรับข้อมูลที่ใหญ่กว่า
- `coredump`: ประเภทพาร์ทิชันย่อยนี้มีหน้าที่ในการเก็บข้อมูล core dump บนหน่วยความจำแฟลช
โดย core dump
นั้นคือข้อมูลที่ถูกใช้งานสำหรับการตรวจสอบข้อผิด-พลาดร้ายแรงเช่นการแครชและแพนิค
โดยฟังก์ชันนี้จะต้องถูกเปิดในการตั้งค่าโปรเจกต์และตั้งที่หมายในการแฟลช
และพาร์ทิชันนี้มีขนาดที่แนะนำอยู่ที่ 64 KiB (0x10000)
- `nvs_keys`: พาร์ทิชันที่เป็นประเภทย่อยนี้เก็บคีย์การเข้ารหัสของพาร์ทัชัน NVS
เมื่อการเข้ารหัสถูกใช้งาน โดยมีขนาดอยู่ที่ 4 KiB (0x1000)
- `fat`: กำหนดพาร์ทิชันสำหรับระบบไฟล์ FAT โดยที่จะเหมาะสมสำหรับข้อมูลใหญ่
และหากข้อมูลนั้นถูกเปลี่ยนแปลงบ่อย โดยระบบไฟล์ FAT สามารถใช้ฟีเจอร์ wear leveling
และการเข้ารหัสได้
- `spiffs`: กำหนดพาร์ทิชันสำหรับระบบไฟล์ SPIFFS เหมาะสำหรับไฟล์ใหญ่เช่นกันและรองรับ
wear leveling อย่างไรก็ตาม ระบบไฟล์นี้ไม่รองรับการเข้ารหัส
- `app`
- `factory`: พาร์ทิชันเก็บแอพลิเคชันเริ่มต้น โปรแกรมบูตโหลดเดอร์จะเลือกพาร์ทิชันนี้เป็นแอพลิเคชันเริ่มต้นหากไม่มีพาร์ทิชัน OTA หรือพาร์ทิชัน OTA นั้นว่างเปล่า หากมีการใช้พาร์ทิชัน OTA พาร์ทิชัน `ota_0` สามารถถูกใช้เป็นแอพลิเคชันเริ่มต้นได้และพาร์ทิชัน `factory` สามารถถูกนำออกได้
- `ota_0` ถึง `ota_15`: พาร์ทิชัน ota_x นั้นถูกใช้สำหรับอัพเดท OTA โดยฟีเจอร์ OTA นั้นจำเป็นต้องใช้พาร์ทิชัน OTA อย่างน้อย 2 พาร์ทิชัน (โดยปกติคือ ota_0 และ ota_1) และจำเป็นต้องใช้พาร์ทิชัน ota ด้วยเช่นกันในการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับ OTA โดยสามารถมีพาร์ทิชัน OTA ได้สูงสุด 16 พาร์ทิชัน แต่ 2 พาร์ทิชันคือจำนวนขั้นต่ำที่ต้องใช้สำหรับฟีเจอร์ OTA แบบเบสิค
- `factory`: พาร์ทิชันเก็บแอพลิเคชันเริ่มต้น
โปรแกรมบูตโหลดเดอร์จะเลือกพาร์ทิชันนี้เป็นแอพลิเคชันเริ่มต้นหากไม่มีพาร์ทิชัน OTA หรือพาร์ทิชัน
OTA นั้นว่างเปล่า หากมีการใช้พาร์ทิชัน OTA พาร์ทิชัน `ota_0`
สามารถถูกใช้เป็นแอพลิเคชันเริ่มต้นได้และพาร์ทิชัน `factory` สามารถถูกนำออกได้
- `ota_0` ถึง `ota_15`: พาร์ทิชัน ota_x นั้นถูกใช้สำหรับอัพเดท OTA โดยฟีเจอร์ OTA
นั้นจำเป็นต้องใช้พาร์ทิชัน OTA อย่างน้อย 2 พาร์ทิชัน (โดยปกติคือ ota_0 และ ota_1)
และจำเป็นต้องใช้พาร์ทิชัน ota ด้วยเช่นกันในการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับ OTA โดยสามารถมีพาร์ทิชัน
OTA ได้สูงสุด 16 พาร์ทิชัน แต่ 2 พาร์ทิชันคือจำนวนขั้นต่ำที่ต้องใช้สำหรับฟีเจอร์ OTA แบบเบสิค
- `test`: ใช้สำหรับการทดสอบในโรงงาน
+ *Offset:* กำหนดพื้นที่ที่พาร์ทิชันนั้น ๆ เริ่มต้น โดย Offset นั้นถูกกำหนดโดยการรวมค่า Offset และขนาดของพาร์ทิชันก่อนหน้า \
*หมายเหตุ:* Offset จะต้องเป็นทวีคูณของ 4 KiB (0x1000) และพาร์ทิชันแอพจะต้องจัดตำแหน่งให้มีขนาด 64 KiB (0x10000) โดยหากปล่อยให้ว่าง ค่า Offset จะถูกคำนวนโดยอัตโนมัติตามตำแหน่งท้ายของพาร์ทิชันก่อนหน้า รวมถึงการจัดตำแหน่งใด ๆ ที่จำเป็น อย่างไรก็ตาม Offset ของพาร์ทิชันแรกนั้นจะต้องเป็น *0x9000* และ *0x10000* สำหรับพาร์ทิชันแอพลิเคชันแรก
+ *Size:* ขนาดของพาร์ทิชัน โดยค่านี้สามารถเป็นเลขทศนิยม, ตัวเลข Hex (นำหน้าด้วย `0x`), หรือใช้ตัวอักษรต่อท้ายเพื่อบ่งบอกหน่วย K (กิโล) หรือ M (เมกา) เช่น 4096 = 4K = 0x1000
+ *Offset:* กำหนดพื้นที่ที่พาร์ทิชันนั้น ๆ เริ่มต้น โดย Offset นั้นถูกกำหนดโดยการรวมค่า Offset
และขนาดของพาร์ทิชันก่อนหน้า \
*หมายเหตุ:* Offset จะต้องเป็นทวีคูณของ 4 KiB (0x1000)
และพาร์ทิชันแอพจะต้องจัดตำแหน่งให้มีขนาด 64 KiB (0x10000) โดยหากปล่อยให้ว่าง ค่า Offset
จะถูกคำนวนโดยอัตโนมัติตามตำแหน่งท้ายของพาร์ทิชันก่อนหน้า รวมถึงการจัดตำแหน่งใด ๆ ที่จำเป็น
อย่างไรก็ตาม Offset ของพาร์ทิชันแรกนั้นจะต้องเป็น *0x9000* และ *0x10000*
สำหรับพาร์ทิชันแอพลิเคชันแรก
+ *Size:* ขนาดของพาร์ทิชัน โดยค่านี้สามารถเป็นเลขทศนิยม, ตัวเลข Hex (นำหน้าด้วย `0x`),
หรือใช้ตัวอักษรต่อท้ายเพื่อบ่งบอกหน่วย K (กิโล) หรือ M (เมกา) เช่น 4096 = 4K = 0x1000
+ *Flags:* ในปัจจุบันคอลัมน์นี้ใช้เพียงแค่เพื่อบ่งบอกว่าพาร์ทิชันนั้น ๆ ถูกเข้ารหัสหรือไม่
== LittleFS
#i LittleFS คือระบบไฟล์ขนาดเล็กที่ปลอดภัยต่อความล้มเหลวที่ออกแบบมาสำหรับ\ ไมโครคอนโทรลเลอร์
#i LittleFS คือระบบไฟล์ขนาดเล็กที่ปลอดภัยต่อความล้มเหลวที่ออกแบบมาสำหรับ#jb
ไมโครคอนโทรลเลอร์
#show raw: set par(leading: 0.5em)
@@ -65,19 +113,32 @@ ADC SAR #math.equation($2 times 12$, alt: "2 คูณ 12") บิต สูง
| | |
```
*ความยืดหยุ่นในการป้องกันการสูญเสียพลังงาน* littlefs ออกแบบมาเพื่อรับมือกับปัญหาไฟฟ้าดับแบบสุ่ม การดำเนินการไฟล์ทั้งหมดมีการรับประกันการคัดลอกข้อมูลเมื่อเขียนข้อมูล (copy-on-write) ที่แข็งแกร่ง และหากไฟฟ้าดับ ระบบไฟล์จะกลับสู่สถานะปกติล่าสุดที่ทราบ
*ความยืดหยุ่นในการป้องกันการสูญเสียพลังงาน* littlefs ออกแบบมาเพื่อรับมือกับปัญหาไฟฟ้าดับแบบสุ่ม
การดำเนินการไฟล์ทั้งหมดมีการรับประกันการคัดลอกข้อมูลเมื่อเขียนข้อมูล (copy-on-write) ที่แข็งแกร่ง
และหากไฟฟ้าดับ ระบบไฟล์จะกลับสู่สถานะปกติล่าสุดที่ทราบ
*การปรับระดับการสึกหรอแบบไดนามิก* littlefs ออกแบบมาเพื่อแฟลชโดยเฉพาะ และมอบการปรับระดับการสึกหรอบนบล็อกแบบไดนามิก นอกจากนี้ littlefs ยังสามารถตรวจจับบล็อกเสียและแก้ไขปัญหาได้
*การปรับระดับการสึกหรอแบบไดนามิก* littlefs ออกแบบมาเพื่อแฟลชโดยเฉพาะ
และมอบการปรับระดับการสึกหรอบนบล็อกแบบไดนามิก นอกจากนี้ littlefs
ยังสามารถตรวจจับบล็อกเสียและแก้ไขปัญหาได้
*RAM/ROM แบบมีขอบเขต* ittlefs ออกแบบมาเพื่อทำงานกับหน่วยความจำขนาดเล็ก การใช้งาน RAM ถูกจำกัดอย่างเข้มงวด ซึ่งหมายความว่าการใช้ RAM จะไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อระบบไฟล์เติบโตขึ้น ระบบไฟล์ไม่มีการเรียกซ้ำแบบไม่มีขอบเขต และหน่วยความจำแบบไดนามิกถูกจำกัดให้อยู่ในบัฟเฟอร์ที่กำหนดค่าได้ซึ่งสามารถจัดเตรียมแบบคงที่ได้
*RAM/ROM แบบมีขอบเขต* littlefs ออกแบบมาเพื่อทำงานกับหน่วยความจำขนาดเล็ก การใช้งาน#jb
RAM ถูกจำกัดอย่างเข้มงวด ซึ่งหมายความว่าการใช้ RAM จะไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อระบบไฟล์เติบโตขึ้น#jb
ระบบไฟล์ไม่มีการเรียกซ้ำแบบไม่มีขอบเขต
และหน่วยความจำแบบไดนามิกถูกจำกัดให้อยู่ในบัฟเฟอร์ที่กำหนดค่าได้ซึ่งสามารถจัดเตรียมแบบคงที่ได้
== ออกแบบ
#i ในระดับสูง littlefs เป็นระบบไฟล์แบบบล็อกที่ใช้ไฟล์บันทึกขนาดเล็กในการจัดเก็บข้อมูลเมตาและโครงสร้าง copy-on-write (COW) ขนาดใหญ่ในการจัดเก็บข้อมูลไฟล์
#i ในระดับสูง littlefs
เป็นระบบไฟล์แบบบล็อกที่ใช้ไฟล์บันทึกขนาดเล็กในการจัดเก็บข้อมูลเมตาและโครงสร้าง copy-on-write
(COW) ขนาดใหญ่ในการจัดเก็บข้อมูลไฟล์
#i ใน littlefs ส่วนผสมเหล่านี้ก่อตัวเป็นเค้กสองชั้น โดยที่ท่อนไม้ขนาดเล็ก (เรียกว่าคู่เมตาเดตา)\ จะให้การอัปเดตเมตาเดตาอย่างรวดเร็วในทุกที่ในที่เก็บข้อมูล ในขณะที่โครงสร้าง COW จะจัดเก็บข้อมูลไฟล์อย่างกะทัดรัดและไม่มีค่าใช้จ่ายในการขยายการสึกหรอใด ๆ
#i ใน littlefs ส่วนผสมเหล่านี้ก่อตัวเป็นเค้กสองชั้น โดยที่ท่อนไม้ขนาดเล็ก (เรียกว่าคู่เมตาเดตา)#jb
จะให้การอัปเดตเมตาเดตาอย่างรวดเร็วในทุกที่ในที่เก็บข้อมูล ในขณะที่โครงสร้าง COW
จะจัดเก็บข้อมูลไฟล์อย่างกะทัดรัดและไม่มีค่าใช้จ่ายในการขยายการสึกหรอใด ๆ
#i โครงสร้างข้อมูลทั้งสองนี้สร้างขึ้นจากบล็อก ซึ่งถูกป้อนโดยตัวจัดสรรบล็อกร่วม โดยการจำกัดจำนวนการลบข้อมูลที่อนุญาตบนบล็อกต่อการจัดสรรแต่ละครั้ง ตัวจัดสรรจะปรับระดับการสึกหรอแบบไดนามิกทั่วทั้งระบบไฟล์
#i โครงสร้างข้อมูลทั้งสองนี้สร้างขึ้นจากบล็อก ซึ่งถูกป้อนโดยตัวจัดสรรบล็อกร่วม
โดยการจำกัดจำนวนการลบข้อมูลที่อนุญาตบนบล็อกต่อการจัดสรรแต่ละครั้ง
ตัวจัดสรรจะปรับระดับการสึกหรอแบบไดนามิกทั่วทั้งระบบไฟล์
```
root
+397 -5
View File
@@ -1,18 +1,410 @@
#import "PageTemplate.typ": *
#import "@preview/fletcher:0.5.8" as fletcher: diagram, edge, node
#import fletcher.shapes: circle, diamond, pill
#show: chapter-page
#set heading(numbering: "บทที่ 1")
#heading([#linebreak()วิธีการดำเนินโครงงาน])
#set heading(numbering: "1.1")
#i ในการดำเนินการศึกษาครั้งนี้ คณะผู้จัดทำโครงงานได้ศึกษาข้อมูลเบื้องต้นในการสร้างเครื่องยืนยันตัวตนด้วย NFC และได้ดำเนินการตามขั้นตอนนี้
#i ในการดำเนินการศึกษาครั้งนี้
คณะผู้จัดทำโครงงานได้ศึกษาข้อมูลเบื้องต้นในการสร้างเครื่องยืนยันตัวตนด้วย NFC
และได้ดำเนินการตามขั้นตอนนี้
== ศึกษาข้อมูลเบื้องต้น
+ วางแผนการดำเนินงาน
+ การออกแบบ
+ วัสดุอุปกรณ์
+ ขั้นตอนการประกอบ
+ การทดลอง
+ การวิเคราะห์ข้อมูล
== อุปกรณ์/เครื่องมือที่ใช้ในการสร้าง
== วางแผนการดำเนินงาน
#show table.cell.where(y: 1): strong
#set par(leading: 0.5em)
#let arrow = [
#place(
left + horizon,
text(weight: "bold", size: 14pt)[#sym.arrow.l],
dx: -5pt,
dy: -0.7pt,
)
#place(
horizon,
line(length: 100%, stroke: (thickness: 1pt)),
dx: 0pt,
dy: 0pt,
)
#place(
right + horizon,
text(weight: "bold", size: 14pt)[#sym.arrow.r],
dx: 5pt,
dy: -0.7pt,
)
]
=== แผนขั้นตอนและวิธีการดำเนินงาน
#table(
columns: 12,
align: (
left + horizon,
center,
center,
center,
center,
center,
center,
center,
center,
center,
center,
center,
),
table.header(
table.cell(
[ขั้นตอนการ\ ดำเนินการ],
rowspan: 2,
),
table.cell(
[พ.ศ.2568],
colspan: 3,
),
table.cell(
[พ.ศ.2569],
colspan: 8,
),
[ต.ค.],
[พ.ย.],
[ธ.ค.],
[ม.ค.],
[ก.พ.],
[มี.ค],
[เม.ย],
[พ.ค.],
[มิ.ย.],
[ก.ค.],
[ส.ค.],
),
[ศึกษาค้นคว้าข้อมูล],
table.cell(arrow, colspan: 3),
[],
[],
[],
[],
[],
[],
[],
[],
[เสนอหัวข้อ], arrow, [], [], [], [], [], [], [], [], [], [],
[เสนอครั้งที่ 1], [], arrow, [], [], [], [], [], [], [], [], [],
[ออกแบบและสร้าง], [], table.cell(arrow, colspan: 5), [], [], [], [], [],
[จัดซื้ออุปกรณ์ทดลอง],
[],
table.cell(arrow, colspan: 3),
[],
[],
[],
[],
[],
[],
[],
[ทดลองการทำงาน], [], [], table.cell(arrow, colspan: 4), [], [], [], [], [],
[ปรับปรุงแก้ไข], [], [], [], [], table.cell(arrow, colspan: 5), [], [],
[เสนอครั้งที่ 2], [], [], [], arrow, [], [], [], [], [], [], [],
[จัดทำรูปเล่ม], table.cell(arrow, colspan: 11),
[นำเสนอโครงงาน], [], [], [], [], [], [], [], [], [], [], [],
)
=== ผังการดำเนินงาน
#diagram(
node-stroke: 1pt,
spacing: 2em,
node((0, 0), [เริ่มต้น], shape: pill),
edge("-|>"),
node((0, 1), shape: circle, radius: 1em),
edge("-|>"),
node((0, 2), [ศึกษาข้อมูลและทฤษฏีที่เกี่ยวข้อง], width: 2.5in),
edge("-|>"),
node((0, 3), [ออกแบบและวางแผนการดําเนินงาน], width: 2.5in),
edge("-|>"),
node((0, 4), [เครื่องยืนยันตัวตนด้วย NFC], width: 2.5in),
edge("-|>"),
node((0, 5), [ทดสอบประสิทธิภาพ], shape: diamond),
edge("r,u,u,u,u,l", "-|>", [ไม่ผ่าน]),
edge("-|>", [ผ่าน]),
node((0, 6), [จัดทำเอกสาร], width: 2.5in),
edge("-|>"),
node((0, 7), [นำเสนอ], width: 2.5in),
edge("-|>"),
node((0, 8), [สิ้นสุด], shape: pill),
)
#pagebreak()
=== ผังการทำงาน
#diagram(
node-stroke: 1pt,
spacing: 2em,
node([เริ่มต้น], shape: pill),
edge("-|>"),
node((1, 0), [ตั้งค่า LittleFS]),
edge("-|>"),
node((1, 2), [มี Wi-Fi บันทึก\ ไว้อยู่หรือไม่], shape: diamond),
edge("l", "-|>", [ไม่มี]),
edge((1, 2), (1, 3), "-|>", [มี]),
node((0, 2), [รอรับรายละเอียดเครือข่าย\ (ESP-Touch)]),
edge("d,r", "-|>"),
node((1, 3), [เชื่อมต่อเครือข่าย]),
edge("-|>"),
node((0, 4), [มีอุปกรณ์ควบคุม\ หลักแล้วหรือไม่], shape: diamond),
edge("-|>", [ไม่มี]),
edge("d", "-|>", [มี]),
node((1, 4), [สร้างโทเค็นสำหรับการยืนยัน\ อุปกรณ์ควบคุมหลัก]),
edge("-|>"),
node((1, 5), [รออุปกรณ์ควบคุมหลัก\ แตะเซนเซอร์ NFC]),
edge("-|>"),
node((0, 5), [ตั้งค่าเซิร์ฟเวอร์ HTTPS]),
edge("-|>"),
node((0, 6), shape: circle, radius: 1em),
edge("-|>"),
node((0, 7), [มีการแตะเซนเซอร์\ NFC ขาเข้าหรือไม่], shape: diamond),
edge("-|>", [ไม่มี]),
node((0, 9), [มีคนผ่านเซนเซอร์ PIR\ โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่], shape: diamond),
edge((0, 9), (0, 10), [ไม่มี]),
edge((0, 7), (1, 6), "-|>", [มี]),
node((1, 6), [อยู่ในโหมดลงทะเบียน\ หรือไม่], shape: diamond),
edge("-|>", [ใช่]),
edge((1, 6), (2, 7), [ไม่]),
node((1, 7), [นำ ID อุปกรณ์เข้า\ สู่รายการทะเบียน]),
edge((1, 7), (0.6, 7), (0, 9), "-|>"),
node((2, 7), [ID ของอุปกรณ์อยู่\ ในทะเบียนหรือไม่], shape: diamond),
edge("-|>", [อยู่]),
edge((2, 7), (1, 8), "-|>", [ไม่อยู่], label-sep: -5pt),
node((2, 8), [ส่งเสียงคอนเฟิร์ม]),
edge((2, 8), (2, 8.5), (0.4, 8.5), (0, 9), "-|>"),
node((1, 8), [ส่งเสียงแสดงความผิดพลาด]),
edge((1, 8), (0.5, 8), (0, 9), "-|>"),
node((1, 9), [แจ้งเตือนทางเสียง\ และแอพลิเคชัน]),
edge((1, 9), (0, 10), "-|>"),
edge((0, 10), (1, 10), "-|>", [มี]),
node((0, 10), [มีคำขอ HTTPS\ ใหม่หรือไม่], shape: diamond),
edge((0, 10), (-2, 10), "-|>", [ไม่มี], label-pos: 10%),
edge((0, 9), (1, 9), "-|>", [มี], label-anchor: "center", label-sep: -8pt),
node((1, 10), [ประมวลผลคำขอ HTTPS]),
edge((1, 10), (1, 11), (-2, 11), (-2, 10), "-|>"),
node((-2, 10), shape: circle, radius: 1em),
edge((-2, 10), (-2, 6), (0, 6), "-|>"),
)
#pagebreak()
#set par(leading: 1em)
== การออกแบบ
== การสร้าง
== วัสดุอุปกรณ์
== การทดสอบประสิทธิภาพ
+ บอร์ด ESP32 (NodeMCU)
+ กล่องพลาสติก
+ Buzzer
+ เซนเซอร์ PIR
+ เซนเซอร์ NFC 2 ชิ้น
== ขั้นตอนการประกอบ
=== การติดตั้งอุปกรณ์
=== การเขียนเฟิร์มแวร์
โครงงานนี้ใช้ซอฟต์แวร์ PlatformIO ในการสร้างและจัดการโปรเจกต์เฟิร์มแวร์
โดยหากต้องการเพียงแค่เขียนเฟิร์มแวร์ลงไปยังบอร์ด ESP32 คุณจำเป็นต้องใช้ซอฟต์แวร์หลัก คือ
PlatformIO Core และ Git (ไม่จำเป็น แต่เพื่อความสะดวกสบาย)
อย่างไรก็ตาม PlatformIO จำเป็นต้องใช้ Python เวอร์ชัน 3.6 ขึ้นไปด้วยเช่นกัน
ดังนั้นคุณจำเป็นต้องติดตั้ง Python ด้วยหากคุณยังไม่มี
ในขั้นตอนแรก โปรดเปิดเทอร์มินัลของคุณ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วคุณสามารถค้นหาแอพลิเคชัน "Terminal" ได้เลย
โดยบน Windows 10 เวอร์ชั่นใหม่ และ Windows 11 จะมาพร้อมกับแอพลิเคชัน Windows Terminal
อย่างไรก็ตาม เมื่อเปิดแล้ว โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณกำลังใช้ PowerShell และไม่ใช่ Command
Prompt
โดยในปัจจุบัน Python เวอร์ชันล่าสุดคือ Python 3.14.2 โดยคุณสามารถติดตั้ง Python และ Git บน
Windows ได้ด้วยการใช้คำสั่งต่อไปนี้
```sh
winget install Python.Python.3.14 Git.Git -e -s winget
```
สำหรับระบบปฏิบัติการอื่นนั้น โดยปกติแล้วจะไม่ต้องติดตั้ง Python
เพิ่มเนื่องจากมีติดมากับระบบปฏิบัติการอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม บน Linux อาจต้องมีการติดตั้งการรองรับ
Virtual Environment แยก โดยแต่ละระบบจะมีชื่อแพคเกจไม่เหมือนกัน โดยบน Debian, Fedora,
และ Arch สามารถใช้คำสั่งต่อไปนี้ในการติดตั้งทั้ง Python Virtual Environment และ Git
พร้อมกันได้
```sh
# Debian
sudo apt install python3-venv git
# Fedora
sudo dnf install python3-virtualenv git
# Arch
sudo pacman -S python-virtualenv git
```
#pagebreak()
#show raw.where(block: true): set block(below: 2em)
==== การติดตั้ง PlatformIO Core ผ่านแพคเกจ
หากคุณใช้ Fedora Linux หรือ Arch Linux (หรือลูก ของมัน) คุณสามารถติดตั้งแพคเกจ
PlatformIO ได้โดยตรง โดยมีคำสั่งดังนี้:
```sh
# Fedora Linux
sudo dnf install platformio
# Arch Linux
sudo pacman -S platformio-core
```
หากคุณติดตั้งแพคเกจ Fedora นั้นแล้ว คุณไม่จำเป็นที่จะต้องติดตั้งกฎ udev ด้วยตนเอง
(ที่จะถูกกล่าวถึงใน@pioudev)
หากคุณใช้ Arch คุณสามารถติดตั้งแพคเกจกฎ udev ได้โดยตรงโดยไม่ต้องดาวน์โหลดเอง
```sh
sudo pacman -S --asdeps platformio-core-udev
```
==== การติดตั้ง PlatformIO Core ผ่านสคริปต์
ถัดไป ในการติดตั้ง PlatformIO Core สามารถทำได้โดยการใช้สคริปต์ติดตั้ง โดยสำหรับ `curl`
สามารถใช้คำสั่งนี้ได้:
```sh
curl -fsSL -o get-platformio.py https://raw.githubusercontent.com/platformio/platformio-core-installer/master/get-platformio.py
```
หรือหากต้องการใช้ `wget`:
```sh
wget -O get-platformio.py https://raw.githubusercontent.com/platformio/platformio-core-installer/master/get-platformio.py
```
หรือสำหรับ PowerShell, สามารถใช้ `iwr` (หรือชื่อเต็มคือ `Invoke-WebRequest`) ได้:
```sh
iwr -OutFile get-platformio.py -Uri https://raw.githubusercontent.com/platformio/platformio-core-installer/master/get-platformio.py
```
(มีการเว้นบรรทัดใหม่เนื่องจากพื้นที่ไม่เพียงพอ โปรดอย่าเว้นบรรทัดเมื่อพิมพ์คำสั่งจริง)
แล้วดังนั้นจึงใช้คำสั่ง `python3 get-platformio.py` ในการรันสคริปต์ติดตั้งที่ได้ทำการดาวน์โหลดมา
โดยค่าเริ่มต้นแล้ว PlatformIO จะไม่เพิ่มตนเองเข้าไปยังตัวแปรสิ่งแวดล้อม PATH
ซึ่งจำเป็นในการใช้คำสั่งจากที่ใหนก็ได้โดยไม่ต้องกล่าวถึงไฟล์พาธ
โดยสำหรับ Linux แล้วนั้น คุณต้องเพิ่ม `$HOME/.local/bin/` เข้าไปยัง PATH ของคุณ โดยหากคุณใช้
Bash คุณสามารถแก้ไข `~/.bash_profile` และเพิ่มบรรทัดนี้เข้าไปได้:
```sh
export PATH=$PATH:$HOME/.local/bin
```
หากคุณใช้ Zsh สามารถใช้โคดเดียวกันได้ เพียงแต่คุณต้องแก้ไขไฟล์ `~/.zprofile` หรือ `~/.zshrc`
แทน
โดยบน Windows มีขั้นตอนดังนี้:
+ กด Windows + R
+ พิมพ์ `sysdm.cpl` และกด Enter
+ ในหน้าต่าง *System Properties* คลิกไปยังแท็บ *Advanced*
+ คลิกปุ่ม *Environment Variables*
หลังจากนั้น เลือกตัวแปร *Path* ในส่วน *User variables* แล้วจึงกด *Edit* แล้วเพิ่ม
`%USERPROFILE%\.platformio\penv\Scripts\` เข้าไปในรายการ
==== 99-platformio-udev.rules <pioudev>
ผู้ใช้ Linux จำเป็นที่จะต้องติดตั้งกฎ udev โดยสามารถดูไฟล์กฎ udev เวอร์ชันล่าสุดได้ที่\
https://raw.githubusercontent.com/platformio/platformio-core/develop/platformio/assets/system/99-platformio-udev.rules
*หมายเหตุ:* โปรดตรวจสอบว่า PID และ VID ของบอร์ดคุณอยู่ในไฟล์กฎนั้น โดยคุณสามารถดู PID/VID
ของบอร์ดคุณได้ผ่านคำสั่ง `pio device list`
โดยไฟล์นั้นต้องถูกวางอยู่ที่ `/etc/udev/rules.d/99-platformio-udev.rules` (ตำแหน่งที่ดีที่สุด)
หรือ `/lib/udev/rules.d/99-platformio-udev.rules` (อาจจำเป็นสำหรับบางระบบที่พัง)
โปรดใช้คำสั่งต่อไปนี้ในการดาวน์โหลดและวางไฟล์นั้นไว้ในสถานที่ที่ถูกต้อง:
```sh
curl -fsSL https://raw.githubusercontent.com/platformio/platformio-core/develop/platformio/assets/system/99-platformio-udev.rules | sudo tee /etc/udev/rules.d/99-platformio-udev.rules
```
หรือคุณก็สามารถดาวน์โหลดไฟล์นั้นด้วยตัวเองและคัดลอกมันไปในโฟลเดอร์ที่หมายได้เช่นกัน
```sh
sudo cp 99-platformio-udev.rules /etc/udev/rules.d/99-platformio-udev.rules
```
หลังจากนั้น รีสตาร์ทบริการ udev:
```sh
sudo service udev restart
```
หรือ:
```sh
sudo udevadm control --reload-rules
sudo udevadm trigger
```
หลังจากติดตั้งไฟล์นี้แล้ว ถอดสายที่เชื่อมต่อระหว่างบอร์ดและคอมพิวเตอร์ของคุณแล้วเสียบมันใหม่
==== การดาวน์โหลดโปรเจกต์
สามารถใช้ Git ในการ clone โปรเจกต์ได้ด้วยคำสั่งต่อไปนี้:
```sh
git clone https://gitskette.dailitation.xyz/linesofcodes/liteauth-firmware32.git
```
โดย Git นั้นจะทำการโคลนโปรเจกต์ไปที่โฟลเดอร์ `liteauth-firmware32` เนื่องจากเป็นชื่อของ Git
repository
หรือไปที่ https://gitskette.dailitation.xyz/linesofcodes/liteauth-firmware32
และทำการคลิกปุ่ม *Code* แล้วกด *Download ZIP* หรือ *Download TAR.GZ*
แล้วทำการแตกไฟล์ได้ตามปกติ
หลังจากนั้น ไปที่โฟลเดอร์ของคุณในเทอร์มินัลโดยใช้คำสั่ง `cd`
==== คำสั่ง PlatformIO เบื้องต้น
- `pio run --list-targets`: ดูรายการเป้าหมายคำสั่งรัน
- `pio run upload`: รันเป้าหมายอัพโหลด ซึ่งนี่คือคำสั่งที่คุณควรจะใช้ในการเขียนเฟิร์มแวร์ลงบนบอร์ด
- `pio device monitor`: เปิด Serial Monitor
*หมายเหตุ:* โปรดใช้คำสั่งประเภท `pio run` ในโฟลเดอร์ของโปรเจกต์
== การทดสอบ
== การวิเคราะห์ข้อมูล
+5 -5
View File
@@ -35,11 +35,11 @@
row-gutter: 1em,
column-gutter: 2em,
[ชื่อ], [นางสาวพีรดา แสงแป้],
[เกิด], [วันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ.255x],
[เกิด], [วันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ.2551],
[ที่อยู่],
[
บ้านเลขที่ หมู่ที่ ตำบล \
อำเภอ จังหวัด หนองคาย
บ้านเลขที่ 218 หมู่ที่ 12 ตำบล โพธิ์ชัย\
อำเภอ เมือ จังหวัด หนองคาย
],
)
@@ -49,8 +49,8 @@
columns: 3,
row-gutter: 1em,
column-gutter: 2em,
[พ.ศ.25xx], [ป.6], [โรงเรียน x],
[พ.ศ.25xx], [ม.3], [โรงเรียน y],
[พ.ศ.2564], [ป.6], [โรงเรียนฮัวเคียวกงฮัก],
[พ.ศ.2567], [ม.3], [โรงเรียนปทุมเทพวิทยาคาร],
[พ.ศ.2569], [ปวช.], [สาขาวิชาช่างเทคนิคคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคหนองคาย],
)
+2
View File
@@ -76,3 +76,5 @@
]
#let i = h(3em)
#let jb = linebreak(justify: true)
+34 -6
View File
@@ -243,28 +243,28 @@ flLinuxBuild:
archPkgs:
type: Web
title: Arch Linux - Package Search
date: 2025-12-1
date: 2025-12-15
language: en
url:
date: 2025-12-1
date: 2025-12-15
value: https://archlinux.org/packages/
fedoraPkgs:
type: Web
title: Fedora Packages
date: 2025-12-1
date: 2025-12-15
language: en
url:
date: 2025-12-1
date: 2025-12-15
value: https://packages.fedoraproject.org/
debianPkgs:
type: Web
title: Debian -- Packages
date: 2025-12-1
date: 2025-12-15
language: en
url:
date: 2025-12-1
date: 2025-12-15
value: https://www.debian.org/distrib/packages
gitWindows:
@@ -323,3 +323,31 @@ ghEsp32Partition:
url:
date: 2025-12-9
value: https://github.com/espressif/arduino-esp32/blob/2ede5ac10923afd1e3a42ce1fb41930a9de05d16/tools/partitions/default.csv
pioPython:
type: Web
title: Install Python Interpreter
date: 2024-9-14
publisher: PlatformIO Docs (ภายใต้ Apache License 2.0)
url:
date: 2025-12-15
value: https://docs.platformio.org/en/latest/faq/install-python.html
pioSysReq:
type: Web
date: 2022-5-30
title: System Requirements
publisher: PlatformIO Docs (ภายใต้ Apache License 2.0)
url:
date: 2025-12-15
value: https://docs.platformio.org/en/latest/core/installation/requirements.html
pioInsScript:
type: Web
date: 2023-8-14
title: Installer Script (Recommended)
publisher: PlatformIO Docs (ภายใต้ Apache License 2.0)
url:
date: 2025-12-15
value: https://docs.platformio.org/en/latest/core/installation/methods/installer-script.html