Forced Stylistic Changes
This commit is contained in:
+377
-192
@@ -9,8 +9,8 @@
|
||||
สามารถใช้พัฒนาแอปพลิเคชันข้ามแพลตฟอร์มจากฐานโคดเดียวสำหรับเว็บ Fuchsia, Android, iOS,
|
||||
Linux, macOS และ Windows โดย Flutter ได้รับการพูดถึงครั้งแรกในปี 2015
|
||||
และเปิดตัวในเดือนพฤษภาคม 2017 และ Flutter ถูกใช้งานภายในโดย Google ในแอปพลิเคชันต่างๆ
|
||||
เช่น Google Pay และ Google Earth รวมถึงโดยนักพัฒนาซอฟต์แวร์รายอื่นๆ เช่น ByteDance
|
||||
และ Alibaba
|
||||
เช่น Google Pay และ Google Earth รวมถึงโดยนักพัฒนาซอฟต์แวร์รายอื่นๆ เช่น ByteDance และ
|
||||
Alibaba
|
||||
|
||||
#i Flutter จะสร้างแอปพลิเคชันที่มีเอ็นจิ้นการเรนเดอร์ของตัวเอง ซึ่งส่งข้อมูลพิกเซลไปยังหน้าจอโดยตรง
|
||||
ซึ่งแตกต่างจากเฟรมเวิร์ก UI อื่น ๆ อีกมากมายที่อาศัยแพลตฟอร์มเป้าหมายเพื่อจัดหาเอ็นจิ้นการเรนเดอร์
|
||||
@@ -19,26 +19,30 @@ Linux, macOS และ Windows โดย Flutter ได้รับการพ
|
||||
ช่วยลดความยุ่งยากในการรองรับหลายแพลตฟอร์ม เนื่องจากสามารถใช้โคด UI
|
||||
ที่เหมือนกันได้กับทุกแพลตฟอร์มเป้าหมาย
|
||||
|
||||
#pagebreak()
|
||||
|
||||
== การติดตั้งโปรแกรมเขียนโคด
|
||||
|
||||
#i จริง ๆ แล้วนั้น Flutter สามารถทำงานกับโปรแกรมเขียนโคดใดก็ได้ แต่มีโปรแกรมเหล่านี้ที่อาจมีประสบการณ์การพัฒนาที่ดีกว่าโปรแกรมอื่น:
|
||||
#i จริง ๆ แล้วนั้น Flutter สามารถทำงานกับโปรแกรมเขียนโคดใดก็ได้
|
||||
แต่มีโปรแกรมเหล่านี้ที่อาจมีประสบการณ์การพัฒนาที่ดีกว่าโปรแกรมอื่น:
|
||||
|
||||
- Visual Studio Code (VS Code)
|
||||
- Android Studio
|
||||
- JetBrains IntelliJ
|
||||
- Firebase Studio
|
||||
|
||||
#i โครงงานนี้ใช้โปรแกรมเขียนโคด Android Studio เป็นหลักเนื่องจากแอพลิเคชันโครงงานมี Android เป็นเป้าหมายหลัก และ Android SDK สามารถจัดการได้ง่ายกว่าใน Android Studio
|
||||
#i โครงงานนี้ใช้โปรแกรมเขียนโคด Android Studio เป็นหลักเนื่องจากแอพลิเคชันโครงงานมี Android
|
||||
เป็นเป้าหมายหลัก และ Android SDK สามารถจัดการได้ง่ายกว่าใน Android Studio
|
||||
|
||||
=== Android Studio
|
||||
|
||||
#i Android Studio สามารถดาวน์โหลดได้ผ่าน https://developer.android.com/studio หรือสามารถถูกติดตั้งและจัดการผ่านแอพลิเคชัน JetBrains Toolbox ได้เช่นกัน (https://www.jetbrains.com/toolbox-app/)
|
||||
#i Android Studio สามารถดาวน์โหลดได้ผ่าน https://developer.android.com/studio
|
||||
หรือสามารถถูกติดตั้งและจัดการผ่านแอพลิเคชัน JetBrains Toolbox ได้เช่นกัน
|
||||
(https://www.jetbrains.com/toolbox-app/)
|
||||
|
||||
== การติดตั้ง Flutter <flInstall>
|
||||
|
||||
#i การติดตั้ง Flutter สามารถทำได้สองวิธีด้วยกัน คือการติดตั้งผ่าน Visual Studio Code (VS Code) และการติดตั้งด้วยตนเอง โดยหากต้องการใช้ VS Code เป็นโปรแกรมเขียนโคดอยู่แล้ว สามารถติดตั้งผ่าน VS Code ได้เลย
|
||||
#i การติดตั้ง Flutter สามารถทำได้สองวิธีด้วยกัน คือการติดตั้งผ่าน Visual Studio Code (VS
|
||||
Code) และการติดตั้งด้วยตนเอง โดยหากต้องการใช้ VS Code เป็นโปรแกรมเขียนโคดอยู่แล้ว
|
||||
สามารถติดตั้งผ่าน VS Code ได้เลย
|
||||
|
||||
#i แต่ก่อนอื่น ต้องทำการติดตั้งโปรแกรมและไลบรารีพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับ Flutter ก่อน
|
||||
|
||||
@@ -49,8 +53,15 @@ Linux, macOS และ Windows โดย Flutter ได้รับการพ
|
||||
#grid(
|
||||
columns: 2,
|
||||
column-gutter: 1em,
|
||||
[#i ในการพัฒนาซอฟต์แวร์บน Windows ด้วย Flutter คุณจำเป็นต้องติดตั้ง Git สำหรับ Windows ซึ่งคุณสามารถดูขั้นตอนการติดตั้งได้โดยการสแกน QR code ด้านข้าง หรือที่ https://git-scm.com/install/windows หรือเพียงแค่ใช้ WinGet ในการติดตั้งโดยการใช้คำสั่งด้านล่าง],
|
||||
tiaoma.qrcode("https://git-scm.com/install/windows", width: 1in, alt: "QR โคดสำหรับหน้าการติดตั้ง Git สำหรับ Windows"),
|
||||
[#i ในการพัฒนาซอฟต์แวร์บน Windows ด้วย Flutter คุณจำเป็นต้องติดตั้ง Git สำหรับ Windows
|
||||
ซึ่งคุณสามารถดูขั้นตอนการติดตั้งได้โดยการสแกน QR code ด้านข้าง หรือที่
|
||||
https://git-scm.com/install/windows หรือเพียงแค่ใช้ WinGet
|
||||
ในการติดตั้งโดยการใช้คำสั่งด้านล่าง],
|
||||
tiaoma.qrcode(
|
||||
"https://git-scm.com/install/windows",
|
||||
width: 1in,
|
||||
alt: "QR โคดสำหรับหน้าการติดตั้ง Git สำหรับ Windows",
|
||||
),
|
||||
)
|
||||
|
||||
```sh
|
||||
@@ -59,7 +70,8 @@ winget install --id Git.Git -e --source winget
|
||||
|
||||
==== Linux
|
||||
|
||||
#i Flutter ใช้ไลบรารีดังต่อไปนี้ในขั้นตอนการพัฒนาแอพลิเคชันบน Linux (development dependencies; ยังไม่รวมไลบรารีและโปรแกรมที่ต้องมีในการสร้างแอพลิเคชัน _สำหรับ_ Linux)
|
||||
#i Flutter ใช้ไลบรารีดังต่อไปนี้ในขั้นตอนการพัฒนาแอพลิเคชันบน Linux (development
|
||||
dependencies; ยังไม่รวมไลบรารีและโปรแกรมที่ต้องมีในการสร้างแอพลิเคชัน _สำหรับ_ Linux)
|
||||
|
||||
#grid(
|
||||
columns: 2,
|
||||
@@ -80,7 +92,8 @@ winget install --id Git.Git -e --source winget
|
||||
|
||||
==== macOS
|
||||
|
||||
#i จำเป็นต้องทำการติดตั้งเครื่องมือ command-line Xcode เพื่อเข้าถึงเครื่องมือที่ Flutter จำเป็นต้องใช้ รวมถึง Git
|
||||
#i จำเป็นต้องทำการติดตั้งเครื่องมือ command-line Xcode เพื่อเข้าถึงเครื่องมือที่ Flutter
|
||||
จำเป็นต้องใช้ รวมถึง Git
|
||||
|
||||
ในการดาวน์โหลดเครื่องมือ ใช้คำสั่งต่อไปนี้ในเทอร์มินัลที่คุณเลือก:
|
||||
|
||||
@@ -88,40 +101,51 @@ winget install --id Git.Git -e --source winget
|
||||
xcode-select --install
|
||||
```
|
||||
|
||||
#i หากคุณไม่ได้ติดตั้งเครื่องมืออยู่แล้ว จะมีไดอะลอกเพื่อคอนเฟิร์มว่าคุณต้องการที่จะติดตั้งมัน กด *Install* และกด *Done* เมื่อทำการติดตั้งเสร็จสิ้นแล้ว
|
||||
|
||||
=== การติดตั้งผ่าน Visual Studio Code
|
||||
|
||||
1. เปิด VSCode
|
||||
2. ติดตั้งส่วนขยาย Flutter \
|
||||
อยู่ภายใต้ ID `Dart-Code.flutter` ทั้งบน Visual Studio Marketplace และ OpenVSX
|
||||
3. ติดตั้ง Flutter ด้วย VS Code
|
||||
+ เปิด Command Palette ด้วยเมนู *View* > *Command Palette* หรือกด Ctrl + Shift + P
|
||||
+ ใน Command Palette พิมพ์ `flutter`.
|
||||
+ เลือก *Flutter: New Project*
|
||||
+ VS Code จะให้คุณเลือก Flutter SDK บนคอมพิวเตอร์ของคุณ เลือก *Download SDK*
|
||||
+ เมือหน้าไดอะลอก *Select Folder for Flutter SDK* แสดงขึ้น เลือกสถานที่ที่คุณอยากติดตั้ง Flutter
|
||||
+ คลิก *Clone Flutter* \
|
||||
ในระหว่างการดาวน์โหลด VS Code จะแสดงการแจ้งเตือนนี้:
|
||||
```
|
||||
Downloading the Flutter SDK. This may take a few minutes.
|
||||
```
|
||||
การดาวน์โหลดนี้จะใช้เวลาสองสามนาที หากคุณเชื่อว่าการดาวน์โหลดหยุดชะงัก คุณสามารถคลิก *Cancel* แล้วเริ่มต้นการติดตั้งใหม่ได้
|
||||
+ คลิก *Add SDK to PATH* \
|
||||
เมื่อเสร็จสิ้น จะมีการแจ้งเตือน
|
||||
```
|
||||
The Flutter SDK was added to your PATH
|
||||
```
|
||||
+ VS Code อาจแสดงการแจ้งเตือนเกี่ยวกับการเก็บข้อมูลของ Google หากคุณยินยอม คลิก *OK*
|
||||
+ เพื่อความแน่ใจ กรุณาปิดเทอร์มินัลทุกหน้าต่างหรือรีสตาร์ท VS Code เพื่อให้แน่ใจว่า Flutter จะสามารถใช้ผ่านเทอร์มินัลได้
|
||||
4. เมื่อเสร็จสิ้น ใช้คำสั่ง `flutter doctor -v` ในเทอร์มินัลที่คุณเลือกเพื่อตรวจสอบการติดตั้ง Flutter ของคุณ \
|
||||
หากคำสั่งไม่เจอหรือเกิดข้อผิดพลาดขึ้น ตรวจสอบ https://docs.flutter.dev/install/troubleshoot สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
|
||||
#i หากคุณไม่ได้ติดตั้งเครื่องมืออยู่แล้ว จะมีไดอะลอกเพื่อคอนเฟิร์มว่าคุณต้องการที่จะติดตั้งมัน กด
|
||||
*Install* และกด *Done* เมื่อทำการติดตั้งเสร็จสิ้นแล้ว
|
||||
|
||||
#pagebreak()
|
||||
|
||||
=== การติดตั้งผ่าน Visual Studio Code
|
||||
|
||||
#[
|
||||
#set enum(indent: 3em)
|
||||
+ เปิด VSCode
|
||||
+ ติดตั้งส่วนขยาย Flutter \
|
||||
อยู่ภายใต้ ID `Dart-Code.flutter` ทั้งบน Visual Studio Marketplace และ OpenVSX
|
||||
+ ติดตั้ง Flutter ด้วย VS Code
|
||||
+ เปิด Command Palette ด้วยเมนู *View* > *Command Palette* หรือกด Ctrl + Shift +
|
||||
P
|
||||
+ ใน Command Palette พิมพ์ `flutter`.
|
||||
+ เลือก *Flutter: New Project*
|
||||
+ VS Code จะให้คุณเลือก Flutter SDK บนคอมพิวเตอร์ของคุณ เลือก *Download SDK*
|
||||
+ เมือหน้าไดอะลอก *Select Folder for Flutter SDK* แสดงขึ้น เลือกสถานที่ที่คุณอยากติดตั้ง
|
||||
Flutter
|
||||
+ คลิก *Clone Flutter* \
|
||||
ในระหว่างการดาวน์โหลด VS Code จะแสดงการแจ้งเตือนนี้:
|
||||
```
|
||||
Downloading the Flutter SDK. This may take a few minutes.
|
||||
```
|
||||
การดาวน์โหลดนี้จะใช้เวลาสองสามนาที หากคุณเชื่อว่าการดาวน์โหลดหยุดชะงัก คุณสามารถคลิก
|
||||
*Cancel* แล้วเริ่มต้นการติดตั้งใหม่ได้
|
||||
+ คลิก *Add SDK to PATH* \
|
||||
เมื่อเสร็จสิ้น จะมีการแจ้งเตือน
|
||||
```
|
||||
The Flutter SDK was added to your PATH
|
||||
```
|
||||
+ VS Code อาจแสดงการแจ้งเตือนเกี่ยวกับการเก็บข้อมูลของ Google หากคุณยินยอม คลิก *OK*
|
||||
+ เพื่อความแน่ใจ กรุณาปิดเทอร์มินัลทุกหน้าต่างหรือรีสตาร์ท VS Code เพื่อให้แน่ใจว่า Flutter
|
||||
จะสามารถใช้ผ่านเทอร์มินัลได้
|
||||
+ เมื่อเสร็จสิ้น ใช้คำสั่ง `flutter doctor -v` ในเทอร์มินัลที่คุณเลือกเพื่อตรวจสอบการติดตั้ง
|
||||
Flutter ของคุณ \
|
||||
หากคำสั่งไม่เจอหรือเกิดข้อผิดพลาดขึ้น ตรวจสอบ
|
||||
https://docs.flutter.dev/install/troubleshoot สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
|
||||
]
|
||||
|
||||
=== การติดตั้งด้วยตนเอง
|
||||
|
||||
#i แนะนำให้ทำตาม https://docs.flutter.dev/install/manual#install-flutter เนื่องจากกระบวนการนี้ต้องใช้ข้อมูลที่ใหม่ล่าสุด
|
||||
#i แนะนำให้ทำตาม https://docs.flutter.dev/install/manual#install-flutter
|
||||
เนื่องจากกระบวนการนี้ต้องใช้ข้อมูลที่ใหม่ล่าสุด
|
||||
|
||||
1. ดาวน์โหลด Flutter (สามารถหาปุ่มดาวน์โหลดได้จากลิงก์ด้านบน)
|
||||
2. สร้างโฟลเดอร์สำหรับเก็บ Flutter SDK
|
||||
@@ -131,29 +155,36 @@ xcode-select --install
|
||||
|
||||
== Dart
|
||||
|
||||
#i Dart เป็นภาษาโปรแกรมที่ออกแบบโดย Lars Bak และ Kasper Lund และพัฒนาโดย
|
||||
Google สามารถใช้พัฒนาแอปพลิเคชันบนเว็บ มือถือ เซิร์ฟเวอร์ และเดสก์ท็อปได้ และยังเป็นภาษาหลักที่ใช้ในการพัฒนาแอพลิเคชัน Flutter
|
||||
#i Dart เป็นภาษาโปรแกรมที่ออกแบบโดย Lars Bak และ Kasper Lund และพัฒนาโดย Google
|
||||
สามารถใช้พัฒนาแอปพลิเคชันบนเว็บ มือถือ เซิร์ฟเวอร์ และเดสก์ท็อปได้
|
||||
และยังเป็นภาษาหลักที่ใช้ในการพัฒนาแอพลิเคชัน Flutter
|
||||
|
||||
#i Dart เป็นภาษาเชิงวัตถุ อิงคลาส และรวบรวมขยะ (garbage-collection) ด้วยไวยากรณ์แบบ C สามารถคอมไพล์เป็นโค้ดเครื่อง JavaScript หรือ WebAssembly ได้ รองรับอินเทอร์เฟซ มิกซ์อิน คลาสนามธรรม เจเนอริกแบบรีไฟด์ และการอนุมานชนิดข้อมูล
|
||||
#i Dart เป็นภาษาเชิงวัตถุ อิงคลาส และรวบรวมขยะ (garbage-collection) ด้วยไวยากรณ์แบบ C
|
||||
สามารถคอมไพล์เป็นโค้ดเครื่อง JavaScript หรือ WebAssembly ได้ รองรับอินเทอร์เฟซ มิกซ์อิน
|
||||
คลาสนามธรรม เจเนอริกแบบรีไฟด์ และการอนุมานชนิดข้อมูล
|
||||
|
||||
== การสร้างโปรเจกต์
|
||||
|
||||
#i ตั้งแต่หัวข้อนี้เป็นต้นไป จะเป็นข้อมูลสำหรับการทำงานกับ Android Studio เป็นหลักเนื่องจากเป็นโปรแกรมหลักที่ถูกใช้งานในการพัฒนาแอพลิเคชันโครงงานนี้
|
||||
#i ตั้งแต่หัวข้อนี้เป็นต้นไป จะเป็นข้อมูลสำหรับการทำงานกับ Android Studio
|
||||
เป็นหลักเนื่องจากเป็นโปรแกรมหลักที่ถูกใช้งานในการพัฒนาแอพลิเคชันโครงงานนี้
|
||||
|
||||
#i หากยังไม่ได้ติดตั้งปลั๊กอิน Flutter โปรดติดตั้งปลั๊กอินก่อน โดยหากอยู่ในหน้าต้อนรับ สามารถติดตั้งปลั๊กอินได้โดยการเข้าไปยังแท็บ *Plugins* หรือหากเปิดโปรเจกต์อื่นอยู่ สามารถเข้าถึงหน้าปลั๊กอินได้โดยการกดที่ไอคอนฟันเฟืองในแถบเครื่องมือ แล้วกด *Plugins...* หลังจากนั้น ในแท็บ *Marketplace* ของหน้าปลั๊กอิน ค้นหา *Flutter* (ผู้ผลิตปลั๊กอินคือ Google) แล้วกด *Install*
|
||||
#i หากยังไม่ได้ติดตั้งปลั๊กอิน Flutter โปรดติดตั้งปลั๊กอินก่อน โดยหากอยู่ในหน้าต้อนรับ
|
||||
สามารถติดตั้งปลั๊กอินได้โดยการเข้าไปยังแท็บ *Plugins* หรือหากเปิดโปรเจกต์อื่นอยู่
|
||||
สามารถเข้าถึงหน้าปลั๊กอินได้โดยการกดที่ไอคอนฟันเฟืองในแถบเครื่องมือ แล้วกด *Plugins...*
|
||||
หลังจากนั้น ในแท็บ *Marketplace* ของหน้าปลั๊กอิน ค้นหา *Flutter* (ผู้ผลิตปลั๊กอินคือ Google)
|
||||
แล้วกด *Install*
|
||||
|
||||
#afigure(
|
||||
image("Flutter/homePage.png", width: 65%),
|
||||
attr: "ส่วนหนึ่งของโครงงาน, ศตคุณ อุตมะ, ภายใต้ CC BY-SA 4.0",
|
||||
alt: "หน้ายินดีต้อนรับในแท็บ Projects ที่กำลังแสดงรายการโปรเจกต์และปุ่มในการสร้างโปรเจกต์ใหม่",
|
||||
caption: [หน้ายินดีต้อนรับใน Android Studio],
|
||||
)
|
||||
|
||||
#i เมื่อคลิก *New Flutter Project* จะมีหน้าถามสถานที่ติดตั้ง Flutter SDK หลังจากนั้น กด *Next* แล้วจะมีหน้าต่อไปนี้ขึ้นมาเพื่อให้คุณกรอกรายละเอียดโปรเจกต์
|
||||
#i เมื่อคลิก *New Flutter Project* จะมีหน้าถามสถานที่ติดตั้ง Flutter SDK หลังจากนั้น กด
|
||||
*Next* แล้วจะมีหน้าต่อไปนี้ขึ้นมาเพื่อให้คุณกรอกรายละเอียดโปรเจกต์
|
||||
|
||||
#afigure(
|
||||
image("Flutter/newProjectPage.png", width: 80%),
|
||||
attr: "ส่วนหนึ่งของโครงงาน, ศตคุณ อุตมะ, ภายใต้ CC BY-SA 4.0",
|
||||
alt: "หน้ากรอกรายละเอียดโปรเจกต์ใหม่",
|
||||
caption: [หน้าโปรเจกต์ใหม่],
|
||||
)
|
||||
@@ -163,16 +194,26 @@ Google สามารถใช้พัฒนาแอปพลิเคชั
|
||||
- *Project name:* ชื่อโปรเจกต์
|
||||
- *Project location:* โฟลเดอร์ที่ต้องการเก็บโปรเจกต์
|
||||
- *Description:* รายละเอียดโปรเจกต์
|
||||
- *Project type:* ประเภทโปรเจกต์ ในกรณีนี้เป็นค่า *Application* เนื่องจากเราต้องการสร้างแอพลิเคชัน
|
||||
- *Organization:* โดเมนเนมย้อนหลังขององค์กรที่พัฒนา (Reverse domain name notation; Reverse-DNS)
|
||||
- *Project type:* ประเภทโปรเจกต์ ในกรณีนี้เป็นค่า *Application*
|
||||
เนื่องจากเราต้องการสร้างแอพลิเคชัน
|
||||
- *Organization:* โดเมนเนมย้อนหลังขององค์กรที่พัฒนา (Reverse domain name notation;
|
||||
Reverse-DNS)
|
||||
- *Android language:* เลือกระหว่าง Java และ Kotlin เป็นภาษาหลักที่ใช้ในแอพลิเคชัน Android
|
||||
- *Platforms:* แพลตฟอร์มที่โปรเจกต์จะรองรับ อย่างไรก็ตาม การสร้างไฟล์ไบนารีสำหรับแอพลิเคชันขึ้นอยู่กับแพลตฟอร์มที่พัฒนาแอพลิเคชันเช่นกัน หมายความว่า ถึงแม้ตามทฤษฎีแล้วแอพลิเคชันของคุณจะรองรับ iOS คุณต้องมีอุปกรณ์ Mac ในการสร้างไฟล์แอพลิเคชัน iOS ออกมา
|
||||
- *Platforms:* แพลตฟอร์มที่โปรเจกต์จะรองรับ อย่างไรก็ตาม
|
||||
การสร้างไฟล์ไบนารีสำหรับแอพลิเคชันขึ้นอยู่กับแพลตฟอร์มที่พัฒนาแอพลิเคชันเช่นกัน หมายความว่า
|
||||
ถึงแม้ตามทฤษฎีแล้วแอพลิเคชันของคุณจะรองรับ iOS คุณต้องมีอุปกรณ์ Mac ในการสร้างไฟล์แอพลิเคชัน
|
||||
iOS ออกมา
|
||||
|
||||
เมื่อทำการใส่รายละเอียดทั้งหมดแล้ว สามารถกด Create เพื่อสร้างโปรเจกต์ได้เลย
|
||||
|
||||
#pagebreak()
|
||||
|
||||
== แอพลิเคชันตัวอย่าง
|
||||
|
||||
เมื่อกดรันแอพลิเคชันด้วยไอคอน #box(image("Flutter/vscode_play.svg", alt: "Play"), baseline: 15%) (หรือ Shift+F10 ใน Android Studio) จะได้แอพลิเคชันดังรูปด้านล่างออกมา
|
||||
เมื่อกดรันแอพลิเคชันด้วยไอคอน #box(
|
||||
image("Flutter/vscode_play.svg", alt: "Play"),
|
||||
baseline: 15%,
|
||||
) (หรือ Shift+F10 ใน Android Studio) จะได้แอพลิเคชันดังรูปด้านล่างออกมา
|
||||
|
||||
#afigure(
|
||||
grid(
|
||||
@@ -189,7 +230,6 @@ Google สามารถใช้พัฒนาแอปพลิเคชั
|
||||
alt: "โปรแกรมคอมพิวเตอร์ แถบหน้าต่างโปรแกรมสีดำ ในหน้าต่างประกอบด้วยส่วนประกอบคล้ายแอพลิเคชันบนโทรศัพท์",
|
||||
),
|
||||
),
|
||||
attr: "ส่วนหนึ่งของโครงงาน, ศตคุณ อุตมะ, ภายใต้ CC BY-SA 4.0",
|
||||
caption: [แอพลิเคชันตัวอย่างบน Android 15 และ Arch Linux],
|
||||
)
|
||||
|
||||
@@ -201,166 +241,258 @@ _*หมายเหตุ:* โคดในห้วข้อนี้ถูก
|
||||
|
||||
โดยในบรรทัดแรก จะมีการนำเข้า Material UI
|
||||
|
||||
```dart
|
||||
import 'package:flutter/material.dart';
|
||||
```
|
||||
#set figure(kind: "image", supplement: "รูปที่")
|
||||
|
||||
และถัดมา จะมีฟังก์ชันหลักชื่อ `main` ที่ทำหน้าที่ในการรันแอพลิเคชัน โดยมีการรับอาร์กิวเมนต์เป็นวิดเจ็ท ซึ่งในกรณีนี้เป็นการสร้างวัตถุจากคลาส `MyApp` ที่เป็นวิดเจ็ท
|
||||
#afigure(
|
||||
```dart
|
||||
import 'package:flutter/material.dart';
|
||||
```,
|
||||
caption: [โคดนำเข้าแพคเกจ],
|
||||
)
|
||||
|
||||
```dart
|
||||
void main() {
|
||||
runApp(const MyApp());
|
||||
}
|
||||
```
|
||||
และถัดมา จะมีฟังก์ชันหลักชื่อ `main` ที่ทำหน้าที่ในการรันแอพลิเคชัน โดยมีการรับอาร์กิวเมนต์เป็นวิดเจ็ท
|
||||
ซึ่งในกรณีนี้เป็นการสร้างวัตถุจากคลาส `MyApp` ที่เป็นวิดเจ็ท
|
||||
|
||||
ถัดมาจะมีคลาส `MyApp` ที่สืบทอดมาจาก `StatelessWidget` ซึ่งคือคลาสสำหรับวิดเจ็ทที่ไร้สถานะ ("Stateless")
|
||||
#afigure(
|
||||
```dart
|
||||
void main() {
|
||||
runApp(const MyApp());
|
||||
}
|
||||
```,
|
||||
caption: [ฟังก์ชัน main],
|
||||
)
|
||||
|
||||
```dart
|
||||
class MyApp extends StatelessWidget {
|
||||
```
|
||||
ถัดมาจะมีคลาส `MyApp` ที่สืบทอดมาจาก `StatelessWidget` ซึ่งคือคลาสสำหรับวิดเจ็ทที่ไร้สถานะ
|
||||
("Stateless")
|
||||
|
||||
#afigure(
|
||||
```dart
|
||||
class MyApp extends StatelessWidget {
|
||||
```,
|
||||
caption: [],
|
||||
)
|
||||
|
||||
ซึ่งในคลาสจะมี constructor ที่สามารถรับค่าคีย์ได้:
|
||||
```dart
|
||||
const MyApp({super.key});
|
||||
```
|
||||
#afigure(
|
||||
```dart
|
||||
const MyApp({super.key});
|
||||
```,
|
||||
caption: [],
|
||||
)
|
||||
|
||||
และจะมีฟังก์ชันในการสร้างวิดเจ็ท ซึ่งฟังก์ชันนี้เป็นการสืบทอดฟังก์ชันมา สังเกตได้จาก `@override`
|
||||
|
||||
```dart
|
||||
@override
|
||||
Widget build(BuildContext context) {
|
||||
```
|
||||
#afigure(
|
||||
```dart
|
||||
@override
|
||||
Widget build(BuildContext context) {
|
||||
```,
|
||||
caption: [],
|
||||
)
|
||||
|
||||
และในฟังก์ชันจะมีการสร้างวัตถุ MaterialApp ซึ่งมีหน้าที่ในการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับแอพลิเคชัน Material UI รวมถึงข้อมูลเช่น ชื่อแอพลิเคชัน (`title`) และธีม (`theme`)
|
||||
และในฟังก์ชันจะมีการสร้างวัตถุ MaterialApp ซึ่งมีหน้าที่ในการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับแอพลิเคชัน Material
|
||||
UI รวมถึงข้อมูลเช่น ชื่อแอพลิเคชัน (`title`) และธีม (`theme`)
|
||||
|
||||
```dart
|
||||
return MaterialApp(
|
||||
title: 'Flutter Demo',
|
||||
```
|
||||
#afigure(
|
||||
```dart
|
||||
return MaterialApp(
|
||||
title: 'Flutter Demo',
|
||||
```,
|
||||
caption: [],
|
||||
)
|
||||
|
||||
โดยข้อมูลธีมนั้นถูกเก็บด้วยการสร้างวัตถุ `ThemeData`
|
||||
|
||||
```dart
|
||||
theme: ThemeData(
|
||||
```
|
||||
#afigure(
|
||||
```dart
|
||||
theme: ThemeData(
|
||||
```,
|
||||
caption: [],
|
||||
)
|
||||
|
||||
และมีการสร้างธีมสีจากสีหลักโดยการใช้เมธอด `ColorScheme.fromSeed` แต่ในโคดด้านล่างนี้
|
||||
คลาส `ColorScheme` นั้นถูกอนุมานขึ้นมา โดยใน Dart 3.10 มีฟีเจอร์ "dot shorthands" ซึ่งเป็นทางลัดในการข้ามการเขียนชื่อคลาส ซึ่งชื่อคลาสสามารถถูกอนุมานขึ้นมาได้เนื่องจากอาร์กิวเมนต์ `colorScheme` นั้นคาดหวังค่าที่เป็นวัตถุจากคลาส `ColorScheme` อยู่แล้ว
|
||||
และมีการสร้างธีมสีจากสีหลักโดยการใช้เมธอด `ColorScheme.fromSeed` แต่ในโคดด้านล่างนี้ คลาส
|
||||
`ColorScheme` นั้นถูกอนุมานขึ้นมา โดยใน Dart 3.10 มีฟีเจอร์ "dot shorthands"
|
||||
ซึ่งเป็นทางลัดในการข้ามการเขียนชื่อคลาส ซึ่งชื่อคลาสสามารถถูกอนุมานขึ้นมาได้เนื่องจากอาร์กิวเมนต์
|
||||
`colorScheme` นั้นคาดหวังค่าที่เป็นวัตถุจากคลาส `ColorScheme` อยู่แล้ว
|
||||
|
||||
```dart
|
||||
colorScheme: .fromSeed(seedColor: Colors.deepPurple),
|
||||
),
|
||||
```
|
||||
#afigure(
|
||||
```dart
|
||||
colorScheme: .fromSeed(seedColor: Colors.deepPurple),
|
||||
),
|
||||
```,
|
||||
caption: [],
|
||||
)
|
||||
|
||||
และต่อมา อาร์กิวเมนต์ `home` เป็นอาร์กิวเมนต์ที่รับค่าเป็นวิดเจ็ทซึ่งจะเป็นหน้าแรกของแอพลิเคชัน
|
||||
|
||||
```dart
|
||||
home: const MyHomePage(title: 'Flutter Demo Home Page'),
|
||||
);
|
||||
#afigure(
|
||||
```dart
|
||||
home: const MyHomePage(title: 'Flutter Demo Home Page'),
|
||||
);
|
||||
}
|
||||
}
|
||||
}
|
||||
```
|
||||
```,
|
||||
kind: "image",
|
||||
supplement: "รูปที่",
|
||||
caption: [],
|
||||
)
|
||||
|
||||
ถัดมา มีการสร้างคลาส `MyHomePage` ที่ถูกใช้ด้านบน โดยคลาสเป็น `StatefulWidget` ซึ่งหมายความว่า เป็นคลาสที่มีสถานะ (State)
|
||||
ถัดมา มีการสร้างคลาส `MyHomePage` ที่ถูกใช้ด้านบน โดยคลาสเป็น `StatefulWidget`
|
||||
ซึ่งหมายความว่า เป็นคลาสที่มีสถานะ (State)
|
||||
|
||||
```dart
|
||||
class MyHomePage extends StatefulWidget {
|
||||
```
|
||||
#afigure(
|
||||
```dart
|
||||
class MyHomePage extends StatefulWidget {
|
||||
```,
|
||||
caption: [],
|
||||
)
|
||||
|
||||
โดยใน constructor มีการรับค่าพารามีเตอร์ `title`
|
||||
|
||||
```dart
|
||||
const MyHomePage({super.key, required this.title});
|
||||
```
|
||||
#afigure(
|
||||
```dart
|
||||
const MyHomePage({super.key, required this.title});
|
||||
```,
|
||||
caption: [],
|
||||
)
|
||||
|
||||
โดยคลาสนี้เป็นคลาสที่เก็บการตั้งค่าวิดเจ็ท และเป็นคลาสที่เก็บค่าพารามิเตอร์จากวิดเจ็ทที่เหนือกว่า และตัวแปรในคลาสย่อยของ `StatefulWidget` นั้นจะมีคีย์เวิร์ด `final` เสมอ ซึ่งหมายถึงว่า ตัวแปรนี้เปลี่ยนแปลงไม่ได้หลังจากสร้างวัตถุจากคลาสแล้ว
|
||||
โดยคลาสนี้เป็นคลาสที่เก็บการตั้งค่าวิดเจ็ท และเป็นคลาสที่เก็บค่าพารามิเตอร์จากวิดเจ็ทที่เหนือกว่า
|
||||
และตัวแปรในคลาสย่อยของ `StatefulWidget` นั้นจะมีคีย์เวิร์ด `final` เสมอ ซึ่งหมายถึงว่า
|
||||
ตัวแปรนี้เปลี่ยนแปลงไม่ได้หลังจากสร้างวัตถุจากคลาสแล้ว
|
||||
|
||||
```dart
|
||||
final String title;
|
||||
```
|
||||
#afigure(
|
||||
```dart
|
||||
final String title;
|
||||
```,
|
||||
caption: [],
|
||||
)
|
||||
|
||||
ต่อมาจึงมีการสร้างวัตถุ State ซึ่งในฟังก์ชัน `createState` ที่ถูกสืบทอดมานั้น จะมีการสร้างวัตถุ State จากคลาส `_MyHomePageState` (โดยที่ `_` หมายถึงว่าคลาสนั้นเป็นส่วนตัวและไม่ควรถูกนำเข้าโดยไฟล์อื่น)
|
||||
ต่อมาจึงมีการสร้างวัตถุ State ซึ่งในฟังก์ชัน `createState` ที่ถูกสืบทอดมานั้น จะมีการสร้างวัตถุ State
|
||||
จากคลาส `_MyHomePageState` (โดยที่ `_`
|
||||
หมายถึงว่าคลาสนั้นเป็นส่วนตัวและไม่ควรถูกนำเข้าโดยไฟล์อื่น)
|
||||
|
||||
```dart
|
||||
@override
|
||||
State<MyHomePage> createState() => _MyHomePageState();
|
||||
}
|
||||
```
|
||||
|
||||
```dart
|
||||
class _MyHomePageState extends State<MyHomePage> {
|
||||
int _counter = 0;
|
||||
|
||||
void _incrementCounter() {
|
||||
```
|
||||
|
||||
โดยในฟังก์ชัน `_incrementCounter` มีการเรียกใช้ฟังก์ชัน `setState` ซึ่งจะแจ้งเตือน Flutter ว่ามีการเปลี่ยนแปลงสถานะ ซึ่งจะก่อให้เกิดการเร็นเดอร์วิดเจ็ทใหม่ และในอาร์กิวเมนต์ของ `setState` คือฟังก์ชันไม่ระบุชื่อ (anonymous functions หรืออีกชื่อหนึ่งคือ lambda) ที่เปลี่ยนแปลงสถานะของวิดเจ็ท
|
||||
|
||||
```dart
|
||||
setState(() {
|
||||
_counter++;
|
||||
});
|
||||
#afigure(
|
||||
```dart
|
||||
@override
|
||||
State<MyHomePage> createState() => _MyHomePageState();
|
||||
}
|
||||
```
|
||||
```,
|
||||
caption: [],
|
||||
)
|
||||
|
||||
โดยต่อมา มีฟังก์ชัน `build` เช่นเคยที่มีหน้าที่ในการสร้างวิดเจ็ท โดยฟังก์ชัน `build` ของวิดเจ็ทที่มีสถานะนั้นจะถูกรันใหม่ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงสถานะ
|
||||
#afigure(
|
||||
```dart
|
||||
class _MyHomePageState extends State<MyHomePage> {
|
||||
int _counter = 0;
|
||||
|
||||
```dart
|
||||
@override
|
||||
Widget build(BuildContext context) {
|
||||
return Scaffold(
|
||||
appBar: AppBar(
|
||||
```
|
||||
void _incrementCounter() {
|
||||
```,
|
||||
caption: [],
|
||||
)
|
||||
|
||||
*การทดลอง:* ในระหว่างที่รันแอพลิเคชันอยู่ ลองเปลี่ยนสีพื้นหลังของวิดเจ็ท `AppBar` (เป็นค่าอื่นเช่น `Colors.amber`) แล้วทำการ hot reload โดยการกดไอคอน#box(image("Flutter/flutterHotReload.svg", alt: "สายฟ้า", width: 1.5em), baseline: 20%)เพื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงของสีแถบแอพลิเคชันในระหว่างที่สีของวิดเจ็ทอื่น ๆ ยังคงเดิม
|
||||
โดยในฟังก์ชัน `_incrementCounter` มีการเรียกใช้ฟังก์ชัน `setState` ซึ่งจะแจ้งเตือน Flutter
|
||||
ว่ามีการเปลี่ยนแปลงสถานะ ซึ่งจะก่อให้เกิดการเร็นเดอร์วิดเจ็ทใหม่ และในอาร์กิวเมนต์ของ `setState`
|
||||
คือฟังก์ชันไม่ระบุชื่อ (anonymous functions หรืออีกชื่อหนึ่งคือ lambda) ที่เปลี่ยนแปลงสถานะของวิดเจ็ท
|
||||
|
||||
```dart
|
||||
backgroundColor: Theme.of(context).colorScheme.inversePrimary,
|
||||
```
|
||||
#afigure(
|
||||
```dart
|
||||
setState(() {
|
||||
_counter++;
|
||||
});
|
||||
}
|
||||
```,
|
||||
caption: [],
|
||||
)
|
||||
|
||||
โดยในอาร์กิวเมนต์ `title` นี้มีการใช้ค่าที่รับมาจากวิดเจ็ทที่เหนือกว่า โดย `widget` ในที่นี้คือวัตถุของคลาส `MyHomePage` ที่ทำหน้าที่เก็บค่า `title` ของเรา แล้วเราจึงทำค่า `title` นั้นใส่ในวิดเจ็ทข้อความ (`Text`)
|
||||
โดยต่อมา มีฟังก์ชัน `build` เช่นเคยที่มีหน้าที่ในการสร้างวิดเจ็ท โดยฟังก์ชัน `build`
|
||||
ของวิดเจ็ทที่มีสถานะนั้นจะถูกรันใหม่ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงสถานะ
|
||||
|
||||
```dart
|
||||
title: Text(widget.title),
|
||||
),
|
||||
```
|
||||
#afigure(
|
||||
```dart
|
||||
@override
|
||||
Widget build(BuildContext context) {
|
||||
return Scaffold(
|
||||
appBar: AppBar(
|
||||
```,
|
||||
caption: [],
|
||||
)
|
||||
|
||||
*การทดลอง:* ในระหว่างที่รันแอพลิเคชันอยู่ ลองเปลี่ยนสีพื้นหลังของวิดเจ็ท `AppBar` (เป็นค่าอื่นเช่น
|
||||
`Colors.amber`) แล้วทำการ hot reload โดยการกดไอคอน#box(
|
||||
image("Flutter/flutterHotReload.svg", alt: "สายฟ้า", width: 1.5em),
|
||||
baseline: 20%,
|
||||
)เพื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงของสีแถบแอพลิเคชันในระหว่างที่สีของวิดเจ็ทอื่น ๆ ยังคงเดิม
|
||||
|
||||
#afigure(
|
||||
```dart
|
||||
backgroundColor: Theme.of(context).colorScheme.inversePrimary,
|
||||
```,
|
||||
caption: [],
|
||||
)
|
||||
|
||||
โดยในอาร์กิวเมนต์ `title` นี้มีการใช้ค่าที่รับมาจากวิดเจ็ทที่เหนือกว่า โดย `widget`
|
||||
ในที่นี้คือวัตถุของคลาส `MyHomePage` ที่ทำหน้าที่เก็บค่า `title` ของเรา แล้วเราจึงทำค่า `title`
|
||||
นั้นใส่ในวิดเจ็ทข้อความ (`Text`)
|
||||
|
||||
#afigure(
|
||||
```dart
|
||||
title: Text(widget.title),
|
||||
),
|
||||
```,
|
||||
caption: [],
|
||||
)
|
||||
|
||||
`Center` เป็นวิดเจ็ทจัดเลย์เอาต์ โดยจะทำให้ลูก 1 วิดเจ็ทของมัน (`child`) อยู่ตรงกลาง
|
||||
|
||||
```dart
|
||||
body: Center(
|
||||
```
|
||||
#afigure(
|
||||
```dart
|
||||
body: Center(
|
||||
```,
|
||||
caption: [],
|
||||
)
|
||||
|
||||
และ `Column` เป็นวิดเจ็ทจัดเลย์เอาต์เช่นกัน มันรับลูกหลายคน (`children`) แล้วจัดเรียงมันในแนวตั้ง โดยค่าเริ่มต้นแล้ว มันจะจัดให้ตัวเองกว้างเท่ากับลูก ๆ ของมัน และพยายามจัดให้ตัวเองสูงเท่าวิดเจ็ทที่สูงกว่า
|
||||
และ `Column` เป็นวิดเจ็ทจัดเลย์เอาต์เช่นกัน มันรับลูกหลายคน (`children`) แล้วจัดเรียงมันในแนวตั้ง
|
||||
โดยค่าเริ่มต้นแล้ว มันจะจัดให้ตัวเองกว้างเท่ากับลูก ๆ ของมัน
|
||||
และพยายามจัดให้ตัวเองสูงเท่าวิดเจ็ทที่สูงกว่า
|
||||
|
||||
วิดเจ็ทคอลัมน์มีหลายคุณสมบัติในการควบคุมขนาดของมันและการจัดวางลูก ๆ ของมัน โดยด้านล่างมีการใช้อาร์กิวเมนต์ `mainAxisAlignment` ในการจัดลูก ๆ ของมันให้อยู่ตรงกลางในแนวตั้ง โดย "main axis" หรือ แกนหลัก ในกรณีนี้คือแนวตั้ง เพราะคอลัมน์นั้นเป็นแนวตั้ง (และ "cross axis" หรือแกนไขว้ จะเป็นแนวนอน คือแนวตรงข้ามกับแนวหลัก)
|
||||
วิดเจ็ทคอลัมน์มีหลายคุณสมบัติในการควบคุมขนาดของมันและการจัดวางลูก ๆ ของมัน
|
||||
โดยด้านล่างมีการใช้อาร์กิวเมนต์ `mainAxisAlignment` ในการจัดลูก ๆ ของมันให้อยู่ตรงกลางในแนวตั้ง
|
||||
โดย "main axis" หรือ แกนหลัก ในกรณีนี้คือแนวตั้ง เพราะคอลัมน์นั้นเป็นแนวตั้ง (และ "cross axis"
|
||||
หรือแกนไขว้ จะเป็นแนวนอน คือแนวตรงข้ามกับแนวหลัก)
|
||||
|
||||
```dart
|
||||
child: Column(
|
||||
mainAxisAlignment: .center,
|
||||
children: [
|
||||
const Text('You have pushed the button this many times:'),
|
||||
Text(
|
||||
'$_counter',
|
||||
```
|
||||
#afigure(
|
||||
```dart
|
||||
child: Column(
|
||||
mainAxisAlignment: .center,
|
||||
children: [
|
||||
const Text('You have pushed the button this many times:'),
|
||||
Text(
|
||||
'$_counter',
|
||||
```,
|
||||
caption: [],
|
||||
)
|
||||
|
||||
การเข้าถึงธีมของแอพลิเคชัน (```dart Theme.of(context)```) แล้วนำธีมข้อความ `headlineMedium` มาใช้:
|
||||
การเข้าถึงธีมของแอพลิเคชัน (```dart Theme.of(context)```) แล้วนำธีมข้อความ
|
||||
`headlineMedium` มาใช้:
|
||||
|
||||
```dart
|
||||
style: Theme.of(context).textTheme.headlineMedium,
|
||||
), // Text
|
||||
],
|
||||
), // Column
|
||||
), // Center
|
||||
floatingActionButton: FloatingActionButton(
|
||||
onPressed: _incrementCounter,
|
||||
tooltip: 'Increment',
|
||||
child: const Icon(Icons.add),
|
||||
),
|
||||
);
|
||||
#afigure(
|
||||
```dart
|
||||
style: Theme.of(context).textTheme.headlineMedium,
|
||||
), // Text
|
||||
],
|
||||
), // Column
|
||||
), // Center
|
||||
floatingActionButton: FloatingActionButton(
|
||||
onPressed: _incrementCounter,
|
||||
tooltip: 'Increment',
|
||||
child: const Icon(Icons.add),
|
||||
),
|
||||
);
|
||||
}
|
||||
}
|
||||
}
|
||||
```
|
||||
```,
|
||||
caption: [],
|
||||
)
|
||||
|
||||
#pagebreak()
|
||||
|
||||
@@ -397,18 +529,23 @@ class _MyHomePageState extends State<MyHomePage> {
|
||||
|
||||
== การนำเข้าแพคเกจ
|
||||
|
||||
#i ไฟล์ `pubspec.yaml` เป็นไฟล์ที่เก็บข้อมูลเกี่ยวกับโปรเจกต์ Flutter ของคุณ เช่น ชื่อ คำอธิบาย เวอร์ชัน และรวมถึงสิ่งที่จะกล่าวถึงในหัวข้อนี้ คือการติดตั้งและนำเข้าแพคเกจภายนอกมาใช้ในโปรเจกต์
|
||||
#i ไฟล์ `pubspec.yaml` เป็นไฟล์ที่เก็บข้อมูลเกี่ยวกับโปรเจกต์ Flutter ของคุณ เช่น ชื่อ คำอธิบาย
|
||||
เวอร์ชัน และรวมถึงสิ่งที่จะกล่าวถึงในหัวข้อนี้ คือการติดตั้งและนำเข้าแพคเกจภายนอกมาใช้ในโปรเจกต์
|
||||
|
||||
#i โดยหากไม่รวมรายละเอียดโปรเจกต์เบื้องต้นเช่นชื่อและคำอธิบายแล้ว ไฟล์ `pubspec.yaml` จะมีรายละเอียดดังนี้
|
||||
#i โดยหากไม่รวมรายละเอียดโปรเจกต์เบื้องต้นเช่นชื่อและคำอธิบายแล้ว ไฟล์ `pubspec.yaml`
|
||||
จะมีรายละเอียดดังนี้
|
||||
|
||||
`environment` นั้นจะกล่าวถึงสิ่งแวดล้อม ซึ่งในกรณีนี้มีเพียง `sdk` ที่ระบุเวอร์ชันของ Flutter SDK ในการคอมไพล์โปรเจกต์
|
||||
`environment` นั้นจะกล่าวถึงสิ่งแวดล้อม ซึ่งในกรณีนี้มีเพียง `sdk` ที่ระบุเวอร์ชันของ Flutter SDK
|
||||
ในการคอมไพล์โปรเจกต์
|
||||
|
||||
```yaml
|
||||
environment:
|
||||
sdk: ^3.10.1
|
||||
```
|
||||
|
||||
`dependencies` จะกล่าวถึงไลบรารีที่โปรเจกต์พึ่งพา ซึ่งโดยค่าเริ่มต้นแล้ว ในโปรเจกต์ตัวอย่างจะมีการติดตั้งเซ็ทไอคอน Cupertino มาให้ (`cupertino_icons`; หรือเรียกอย่างง่ายว่า ไอคอน iOS) ซึ่งแน่นอนว่าหากคุณไม่ใช้ สามารถลบทิ้งได้
|
||||
`dependencies` จะกล่าวถึงไลบรารีที่โปรเจกต์พึ่งพา ซึ่งโดยค่าเริ่มต้นแล้ว
|
||||
ในโปรเจกต์ตัวอย่างจะมีการติดตั้งเซ็ทไอคอน Cupertino มาให้ (`cupertino_icons`;
|
||||
หรือเรียกอย่างง่ายว่า ไอคอน iOS) ซึ่งแน่นอนว่าหากคุณไม่ใช้ สามารถลบทิ้งได้
|
||||
|
||||
```yaml
|
||||
dependencies:
|
||||
@@ -418,7 +555,10 @@ dependencies:
|
||||
cupertino_icons: ^1.0.8
|
||||
```
|
||||
|
||||
`dev_dependencies` กล่าวถึงไลบรารีที่โปรเจกต์พึ่งพา#emph([ในการพัฒนา]) หมายความว่า ไลบรารีเหล่านี้จะไม่ถูกใส่เข้าไปยังแอพลิเคชันของคุณโดยตรง โดยตามค่าเริ่มต้นแล้ว จะมีแพคเกจ `flutter_test` ที่ถูกดึงมาจาก Flutter SDK โดยตรง และมี `flutter_lints` สำหรับการตรวจข้อผิดพลาดในโคด
|
||||
`dev_dependencies` กล่าวถึงไลบรารีที่โปรเจกต์พึ่งพา#emph([ในการพัฒนา]) หมายความว่า
|
||||
ไลบรารีเหล่านี้จะไม่ถูกใส่เข้าไปยังแอพลิเคชันของคุณโดยตรง โดยตามค่าเริ่มต้นแล้ว จะมีแพคเกจ
|
||||
`flutter_test` ที่ถูกดึงมาจาก Flutter SDK โดยตรง และมี `flutter_lints`
|
||||
สำหรับการตรวจข้อผิดพลาดในโคด
|
||||
|
||||
```yaml
|
||||
dev_dependencies:
|
||||
@@ -428,21 +568,25 @@ dev_dependencies:
|
||||
flutter_lints: ^6.0.0
|
||||
```
|
||||
|
||||
`flutter` เป็นการตั้งค่าเกี่ยวกับ Flutter โดยที่ตามค่าเริ่มต้นแล้วจะมีค่า `uses-material-design` มาให้เป็น `true` ซึ่งจะเป็นการบอกกับ Flutter ว่าแอพลิเคชันนั้นใช้ Material design
|
||||
`flutter` เป็นการตั้งค่าเกี่ยวกับ Flutter โดยที่ตามค่าเริ่มต้นแล้วจะมีค่า `uses-material-design`
|
||||
มาให้เป็น `true` ซึ่งจะเป็นการบอกกับ Flutter ว่าแอพลิเคชันนั้นใช้ Material design
|
||||
|
||||
```yaml
|
||||
flutter:
|
||||
uses-material-design: true
|
||||
```
|
||||
|
||||
และนอกจากนั้นแล้ว ในส่วนของ `flutter` นี้จะเป็นส่วนที่ลิสต์รายการไฟล์เพิ่มเติมที่ต้องการใส่เข้าไปในแอพลิเคชันด้วยเช่นกัน ตัวอย่างเช่น โครงงานนี้มีการเพิ่มเติมในส่วน `flutter` ดังนี้:
|
||||
และนอกจากนั้นแล้ว ในส่วนของ `flutter`
|
||||
นี้จะเป็นส่วนที่ลิสต์รายการไฟล์เพิ่มเติมที่ต้องการใส่เข้าไปในแอพลิเคชันด้วยเช่นกัน ตัวอย่างเช่น
|
||||
โครงงานนี้มีการเพิ่มเติมในส่วน `flutter` ดังนี้:
|
||||
|
||||
```yaml
|
||||
assets:
|
||||
- assets/certificates/rootCA.crt
|
||||
```
|
||||
|
||||
โดยจะเป็นการเพิ่มไฟล์ใบรับรอง `rootCA.crt` เข้าไปกับแอพลิเคชันเพื่อใช้ในการส่งคำขอ HTTPS ไปยังอุปกรณ์ของโครงงาน
|
||||
โดยจะเป็นการเพิ่มไฟล์ใบรับรอง `rootCA.crt` เข้าไปกับแอพลิเคชันเพื่อใช้ในการส่งคำขอ HTTPS
|
||||
ไปยังอุปกรณ์ของโครงงาน
|
||||
|
||||
#pagebreak()
|
||||
|
||||
@@ -453,15 +597,25 @@ flutter:
|
||||
+ Material Design: การดีไซน์ของ Google สำหรับ Android
|
||||
+ Cupertino Design: การดีไซน์ของ Apple สำหรับ iOS
|
||||
|
||||
*หมายเหตุ:* Cupertino Design ถูกแทนที่โดย Liquid Glass แล้ว โดยในปัจจุบันทีม Flutter กำลังทำการตรวจสอบและแก้ไขโครงสร้างระบบดีไซน์ ดังนั้น หากมีผู้พัฒนาต้องการใช้เอฟเฟกต์ Liquid Glass ในแอพลิเคชัน Flutter จึงจำเป็นต้องพึงพาแพคเกจบุคคลที่สามก่อนในขณะนี้ (Flutter เวอร์ชัน 3.38.3 ณ เวลาที่พิมพ์)
|
||||
*หมายเหตุ:* Cupertino Design ถูกแทนที่โดย Liquid Glass แล้ว โดยในปัจจุบันทีม Flutter
|
||||
กำลังทำการตรวจสอบและแก้ไขโครงสร้างระบบดีไซน์ ดังนั้น หากมีผู้พัฒนาต้องการใช้เอฟเฟกต์ Liquid
|
||||
Glass ในแอพลิเคชัน Flutter จึงจำเป็นต้องพึงพาแพคเกจบุคคลที่สามก่อนในขณะนี้ (Flutter เวอร์ชัน
|
||||
3.38.3 ณ เวลาที่พิมพ์)
|
||||
|
||||
#i แอพลิเคชันในโครงงานนี้ใช้ Material Design เนื่องจากมีเป้าหมายหลักเป็นแพลตฟอร์ม Android โดย Material Design คือภาษาการดีไซน์ที่ถูกพัฒนาโดย Google และถูกเปิดตัวครั้งแรก 25 มิถุนายน 2014 และมีเวอร์ชันหลัก 3 เวอร์ชันด้วยกัน โดยที่เวอร์ชันที่ 3 ถูกเปิดตัวในงาน Google I/O 2021 และมีชื่อว่า "Material You" (แต่ชื่อธรรมดา "Material Design 3" ก็ยังถูกใช้งานกันอย่างปกติ) และในงาน Google I/O 2025 มีการเปิดตัว "Material 3 Expressive" ซึ่งเป็นการปรับปรุงต่อจาก Material You เดิมสำหรับ Android 16 และ Wear OS 6 และสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Material 3 ได้ที่ https://m3.material.io/
|
||||
#i แอพลิเคชันในโครงงานนี้ใช้ Material Design เนื่องจากมีเป้าหมายหลักเป็นแพลตฟอร์ม Android
|
||||
โดย Material Design คือภาษาการดีไซน์ที่ถูกพัฒนาโดย Google และถูกเปิดตัวครั้งแรก 25 มิถุนายน
|
||||
2014 และมีเวอร์ชันหลัก 3 เวอร์ชันด้วยกัน โดยที่เวอร์ชันที่ 3 ถูกเปิดตัวในงาน Google I/O 2021
|
||||
และมีชื่อว่า "Material You" (แต่ชื่อธรรมดา "Material Design 3" ก็ยังถูกใช้งานกันอย่างปกติ)
|
||||
และในงาน Google I/O 2025 มีการเปิดตัว "Material 3 Expressive" ซึ่งเป็นการปรับปรุงต่อจาก
|
||||
Material You เดิมสำหรับ Android 16 และ Wear OS 6 และสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ
|
||||
Material 3 ได้ที่ https://m3.material.io/
|
||||
|
||||
== ข้อมูลเกี่ยวกับแพลตฟอร์ม
|
||||
|
||||
=== Android <flAndroid>
|
||||
|
||||
#i ในการพัฒนาแอพลิเคชัน Android โดยใช้เฟรมเวิร์ก Flutter จำเป็นต้องใช้ส่วนประกอบเครื่องมือพัฒนา Android ดังนี้
|
||||
#i ในการพัฒนาแอพลิเคชัน Android โดยใช้เฟรมเวิร์ก Flutter
|
||||
จำเป็นต้องใช้ส่วนประกอบเครื่องมือพัฒนา Android ดังนี้
|
||||
|
||||
- Android SDK (API Level 36 ณ เวลาที่พิมพ์)
|
||||
- Android SDK Build-Tools
|
||||
@@ -471,31 +625,59 @@ flutter:
|
||||
|
||||
และแนะนำให้จัดการและติดตั้งเครื่องมือเหล่านี้ผ่าน Android Studio
|
||||
|
||||
#i ในการติดตั้ง Android SDK ควรติดตั้ง Android SDK ล่าสุดถึงแม้ว่าอุปกรณ์ของคุณจะใช้เวอร์ชันที่เก่ากว่านั้น เพื่อความมั่นใจว่าแอพลิเคชันจะสามารถใช้กับอุปกรณ์ที่ใหม่ล่าสุดได้
|
||||
#i ในการติดตั้ง Android SDK ควรติดตั้ง Android SDK
|
||||
ล่าสุดถึงแม้ว่าอุปกรณ์ของคุณจะใช้เวอร์ชันที่เก่ากว่านั้น
|
||||
เพื่อความมั่นใจว่าแอพลิเคชันจะสามารถใช้กับอุปกรณ์ที่ใหม่ล่าสุดได้
|
||||
|
||||
#i แอพลิเคชัน Android จะมี SDK/API level เป้าหมาย (Target SDK/API level) และ SDK/API level ขั้นต่ำ (Minimum SDK/API level) โครงงานนี้ ณ เวลาที่พิมพ์ ใช้ API level เป้าหมาย 36 (Android 16) และ API level ขั้นต่ำ 24 (Android 7) ซึ่งรวมกันแล้ว แอพลิเคชัน Android จะสามารถติดตั้งได้บนระบบตั้งแต่ API level ขั้นต่ำจนถึง API level เป้าหมาย หรือก็คือ แอพลิเคชันในโครงงานนี้สามารถติดตั้งได้ตั้งแต่บนระบบ Android 7 ถึง Android 16 นั่นเอง
|
||||
#i แอพลิเคชัน Android จะมี SDK/API level เป้าหมาย (Target SDK/API level) และ SDK/API
|
||||
level ขั้นต่ำ (Minimum SDK/API level) โครงงานนี้ ณ เวลาที่พิมพ์ ใช้ API level เป้าหมาย 36
|
||||
(Android 16) และ API level ขั้นต่ำ 24 (Android 7) ซึ่งรวมกันแล้ว แอพลิเคชัน Android
|
||||
จะสามารถติดตั้งได้บนระบบตั้งแต่ API level ขั้นต่ำจนถึง API level เป้าหมาย หรือก็คือ
|
||||
แอพลิเคชันในโครงงานนี้สามารถติดตั้งได้ตั้งแต่บนระบบ Android 7 ถึง Android 16 นั่นเอง
|
||||
|
||||
==== Java/Kotlin
|
||||
|
||||
#i Java และ Kotlin เป็นภาษาสำคัญสำหรับการพัฒนาแอพลิเคชัน Android ถึงอย่างไรก็ตาม แอพลิเคชัน Flutter นั้นถูกเขียนด้วยภาษา Dart แต่ยังจำเป็นต้องมีโคด Java และ Kotlin เล็กน้อยเพื่อเริ่มต้นแอพลิเคชัน Flutter
|
||||
#i Java และ Kotlin เป็นภาษาสำคัญสำหรับการพัฒนาแอพลิเคชัน Android ถึงอย่างไรก็ตาม แอพลิเคชัน
|
||||
Flutter นั้นถูกเขียนด้วยภาษา Dart แต่ยังจำเป็นต้องมีโคด Java และ Kotlin
|
||||
เล็กน้อยเพื่อเริ่มต้นแอพลิเคชัน Flutter
|
||||
|
||||
#i โดยปกติแล้ว Flutter จะสร้างโคดพื้นฐานขึ้นมาให้สำหรับการเริ่มแอพลิเคชันแบบพื้นฐาน (อยู่ภายในโฟลเดอร์ `java` และ `kotlin` ตามที่ถูกกล่าวถึงใน@flStructure) ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องมีการเขียนโคด Java หรือ Kotlin เอง แต่ในบางกรณี อาจต้องเขียนโคดเพิ่มเองหากมีความต้องการเข้าถึงฟีเจอร์พื้นฐานระบบที่ Flutter ไม่มี API เพื่อให้เข้าถึงได้และไม่มีแพคเกจเพื่อรองรับฟีเจอร์ที่ต้องการ
|
||||
#i โดยปกติแล้ว Flutter จะสร้างโคดพื้นฐานขึ้นมาให้สำหรับการเริ่มแอพลิเคชันแบบพื้นฐาน
|
||||
(อยู่ภายในโฟลเดอร์ `java` และ `kotlin` ตามที่ถูกกล่าวถึงใน@flStructure)
|
||||
ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องมีการเขียนโคด Java หรือ Kotlin เอง แต่ในบางกรณี
|
||||
อาจต้องเขียนโคดเพิ่มเองหากมีความต้องการเข้าถึงฟีเจอร์พื้นฐานระบบที่ Flutter ไม่มี API
|
||||
เพื่อให้เข้าถึงได้และไม่มีแพคเกจเพื่อรองรับฟีเจอร์ที่ต้องการ
|
||||
|
||||
#i โครงการนี้ใช้ Java 21 (JetBrains Runtime/Azul Zulu OpenJDK) เป็นหลักในการทำงานกับ Gradle แต่แอพลิเคชัน Android ที่ผลิตออกมานั้น เพื่อให้เข้ากับเวอร์ชันที่เก่ากว่าของระบบปฏิบัติการได้ ใช้ Java 11
|
||||
#i โครงการนี้ใช้ Java 21 (JetBrains Runtime/Azul Zulu OpenJDK) เป็นหลักในการทำงานกับ
|
||||
Gradle แต่แอพลิเคชัน Android ที่ผลิตออกมานั้น เพื่อให้เข้ากับเวอร์ชันที่เก่ากว่าของระบบปฏิบัติการได้ ใช้
|
||||
Java 11
|
||||
|
||||
==== Gradle
|
||||
|
||||
#i Gradle เป็นเครื่องมือสร้างระบบอัตโนมัติสำหรับการพัฒนาซอฟต์แวร์หลายภาษา จัดการงานต่าง ๆ เช่น การคอมไพล์ การแพ็คเกจ การทดสอบ การปรับใช้ และการเผยแพร่ ภาษาที่รองรับ ได้แก่ Java (รวมถึงภาษา Kotlin, Groovy, Scala ที่ใช้ JDK), C/C++ และ JavaScript Gradle พัฒนาต่อยอดจากแนวคิดของ Apache Ant และ Apache Maven และนำเสนอภาษาเฉพาะโดเมนที่ใช้ Groovy และ Kotlin ซึ่งต่างจากการกำหนดค่าโครงการที่ใช้ XML ที่ Maven ใช้ Gradle ใช้กราฟแบบอะไซคลิกกำกับทิศทางเพื่อจัดการการอ้างอิง กราฟนี้ใช้เพื่อกำหนดลำดับของงานที่ควรดำเนินการ Gradle ทำงานบน Java Virtual Machine
|
||||
#i Gradle เป็นเครื่องมือสร้างระบบอัตโนมัติสำหรับการพัฒนาซอฟต์แวร์หลายภาษา จัดการงานต่าง ๆ เช่น
|
||||
การคอมไพล์ การแพ็คเกจ การทดสอบ การปรับใช้ และการเผยแพร่ ภาษาที่รองรับ ได้แก่ Java
|
||||
(รวมถึงภาษา Kotlin, Groovy, Scala ที่ใช้ JDK), C/C++ และ JavaScript Gradle
|
||||
พัฒนาต่อยอดจากแนวคิดของ Apache Ant และ Apache Maven และนำเสนอภาษาเฉพาะโดเมนที่ใช้
|
||||
Groovy และ Kotlin ซึ่งต่างจากการกำหนดค่าโครงการที่ใช้ XML ที่ Maven ใช้ Gradle
|
||||
ใช้กราฟแบบอะไซคลิกกำกับทิศทางเพื่อจัดการการอ้างอิง กราฟนี้ใช้เพื่อกำหนดลำดับของงานที่ควรดำเนินการ
|
||||
Gradle ทำงานบน Java Virtual Machine
|
||||
|
||||
#i Gradle คือเครื่องมือหลักที่ใช้ในการจัดการโปรเจกต์ Java ส่วนใหญ่ รวมถึงโปรเจกต์ Android โดยในโครงการนี้ จะใช้ Gradle เวอร์ชัน 8.14.3 เป็นหลัก
|
||||
#i Gradle คือเครื่องมือหลักที่ใช้ในการจัดการโปรเจกต์ Java ส่วนใหญ่ รวมถึงโปรเจกต์ Android
|
||||
โดยในโครงการนี้ จะใช้ Gradle เวอร์ชัน 8.14.3 เป็นหลัก
|
||||
|
||||
#i โดยปกติแล้ว ผู้พัฒนานั้นไม่มีความจำเป็นที่จะต้องแตะต้อง Gradle ด้วยตนเอง และ Flutter จะทำการจัดการเอง แต่หากมีความจำเป็นต้องใช้คำสั่ง Gradle ด้วยตนเอง จะมีสคริปต์ `gradlew` (หรือ `gradlew.bat` สำหรับผู้ใช้ Windows) ภายในโฟลเดอร์ `android` ของโปรเจกต์ Flutter เสมอเพื่อเรียกใช้ Gradle ที่ถูกดาวน์โหลดมาสำหรับโปรเจกต์นั้น ๆ
|
||||
#i โดยปกติแล้ว ผู้พัฒนานั้นไม่มีความจำเป็นที่จะต้องแตะต้อง Gradle ด้วยตนเอง และ Flutter
|
||||
จะทำการจัดการเอง แต่หากมีความจำเป็นต้องใช้คำสั่ง Gradle ด้วยตนเอง จะมีสคริปต์ `gradlew` (หรือ
|
||||
`gradlew.bat` สำหรับผู้ใช้ Windows) ภายในโฟลเดอร์ `android` ของโปรเจกต์ Flutter
|
||||
เสมอเพื่อเรียกใช้ Gradle ที่ถูกดาวน์โหลดมาสำหรับโปรเจกต์นั้น ๆ
|
||||
|
||||
=== Linux <flLinuxDetails>
|
||||
|
||||
#i เช่นเดียวกับ Android ที่กล่าวไปข้างต้น Flutter มีการสร้างโคดสำหรับการเปิดแอพลิเคชันแบบพื้นฐาน แต่สำหรับ Linux แล้วนั้น Flutter ใช้โคด C++ และเฟรมเวิร์ก CMake ในการสร้างรากฐานของแอพลิเคชัน
|
||||
#i เช่นเดียวกับ Android ที่กล่าวไปข้างต้น Flutter มีการสร้างโคดสำหรับการเปิดแอพลิเคชันแบบพื้นฐาน
|
||||
แต่สำหรับ Linux แล้วนั้น Flutter ใช้โคด C++ และเฟรมเวิร์ก CMake
|
||||
ในการสร้างรากฐานของแอพลิเคชัน
|
||||
|
||||
#i ในการพัฒนาแอพลิเคชันสำหรับ Linux ต้องติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติม (build dependencies) ขยายความคือ ด้านบนคือสิ่งที่จำเป็นหากมีระบบอื่นเป็นเป้าหมาย แต่หากต้องการพัฒนาแอพลิเคชัน Linux ต้องติดตั้งโปรแกรมในรายการด้านล่างเพิ่ม
|
||||
#i ในการพัฒนาแอพลิเคชันสำหรับ Linux ต้องติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติม (build dependencies)
|
||||
ขยายความคือ ด้านบนคือสิ่งที่จำเป็นหากมีระบบอื่นเป็นเป้าหมาย แต่หากต้องการพัฒนาแอพลิเคชัน Linux
|
||||
ต้องติดตั้งโปรแกรมในรายการด้านล่างเพิ่ม
|
||||
|
||||
#grid(
|
||||
columns: 2,
|
||||
@@ -512,7 +694,8 @@ flutter:
|
||||
],
|
||||
)
|
||||
|
||||
#i การติดตั้งไลบรารีและโปรแกรมที่กล่าวไปข้างต้นจะแตกต่างกันไปแต่ละการแจกจ่าย Linux และ Flutter ใช้ไลบรารีพื้นฐานดังกล่าวในการทำงานของแอพลิเคชัน (runtime dependencies)
|
||||
#i การติดตั้งไลบรารีและโปรแกรมที่กล่าวไปข้างต้นจะแตกต่างกันไปแต่ละการแจกจ่าย Linux และ
|
||||
Flutter ใช้ไลบรารีพื้นฐานดังกล่าวในการทำงานของแอพลิเคชัน (runtime dependencies)
|
||||
|
||||
- GTK 3
|
||||
- blkid
|
||||
@@ -561,4 +744,6 @@ sudo pacman -S --needed util-linux-libs xz gtk3
|
||||
|
||||
=== macOS/iOS
|
||||
|
||||
#i การพัฒนาแอพลิเคชันสำหรับ macOS และ iOS นั้นต้องทำบน macOS เท่านั้นและจำเป็นต้องพึ่งพาเครื่องมือ Xcode แต่เนื่องจากในโครงงานนี้ไม่มีผู้ใช้ macOS จึงไม่สามารถสร้างไบนารีสำหรับ macOS และ iOS ออกมาได้ และไม่ใช่เป้าหมายของโครงงานนี้เช่นกัน
|
||||
#i การพัฒนาแอพลิเคชันสำหรับ macOS และ iOS นั้นต้องทำบน macOS
|
||||
เท่านั้นและจำเป็นต้องพึ่งพาเครื่องมือ Xcode แต่เนื่องจากในโครงงานนี้ไม่มีผู้ใช้ macOS
|
||||
จึงไม่สามารถสร้างไบนารีสำหรับ macOS และ iOS ออกมาได้ และไม่ใช่เป้าหมายของโครงงานนี้เช่นกัน
|
||||
|
||||
Reference in New Issue
Block a user