750 lines
45 KiB
Typst
750 lines
45 KiB
Typst
#import "../PageTemplate.typ": *
|
|
#import "@preview/treet:1.0.0": *
|
|
#import "@preview/tiaoma:0.3.0"
|
|
#set heading(numbering: "1.1", offset: 1)
|
|
|
|
= Flutter <flutter>
|
|
|
|
#i Flutter เป็นชุดพัฒนาซอฟต์แวร์ UI แบบโอเพนซอร์สที่สร้างโดย Google
|
|
สามารถใช้พัฒนาแอปพลิเคชันข้ามแพลตฟอร์มจากฐานโคดเดียวสำหรับเว็บ Fuchsia, Android, iOS,
|
|
Linux, macOS และ Windows โดย Flutter ได้รับการพูดถึงครั้งแรกในปี 2015
|
|
และเปิดตัวในเดือนพฤษภาคม 2017 และ Flutter ถูกใช้งานภายในโดย Google ในแอปพลิเคชันต่างๆ
|
|
เช่น Google Pay และ Google Earth รวมถึงโดยนักพัฒนาซอฟต์แวร์รายอื่นๆ เช่น ByteDance และ
|
|
Alibaba
|
|
|
|
#i Flutter จะสร้างแอปพลิเคชันที่มีเอ็นจิ้นการเรนเดอร์ของตัวเอง ซึ่งส่งข้อมูลพิกเซลไปยังหน้าจอโดยตรง
|
|
ซึ่งแตกต่างจากเฟรมเวิร์ก UI อื่น ๆ อีกมากมายที่อาศัยแพลตฟอร์มเป้าหมายเพื่อจัดหาเอ็นจิ้นการเรนเดอร์
|
|
เช่น แอป Android พื้นฐานที่ใช้ Android SDK ระดับอุปกรณ์ หรือ iOS SDK ที่ใช้ UI stack
|
|
ในตัวของแพลตฟอร์มเป้าหมาย การควบคุมขั้นตอนการแสดงผลของ Flutter
|
|
ช่วยลดความยุ่งยากในการรองรับหลายแพลตฟอร์ม เนื่องจากสามารถใช้โคด UI
|
|
ที่เหมือนกันได้กับทุกแพลตฟอร์มเป้าหมาย
|
|
|
|
== การติดตั้งโปรแกรมเขียนโคด
|
|
|
|
#i จริง ๆ แล้วนั้น Flutter สามารถทำงานกับโปรแกรมเขียนโคดใดก็ได้
|
|
แต่มีโปรแกรมเหล่านี้ที่อาจมีประสบการณ์การพัฒนาที่ดีกว่าโปรแกรมอื่น:
|
|
|
|
- Visual Studio Code (VS Code)
|
|
- Android Studio
|
|
- JetBrains IntelliJ
|
|
- Firebase Studio
|
|
|
|
#i โครงงานนี้ใช้โปรแกรมเขียนโคด Android Studio เป็นหลักเนื่องจากแอพลิเคชันโครงงานมี Android
|
|
เป็นเป้าหมายหลัก และ Android SDK สามารถจัดการได้ง่ายกว่าใน Android Studio
|
|
|
|
=== Android Studio
|
|
|
|
#i Android Studio สามารถดาวน์โหลดได้ผ่าน https://developer.android.com/studio
|
|
หรือสามารถถูกติดตั้งและจัดการผ่านแอพลิเคชัน JetBrains Toolbox ได้เช่นกัน
|
|
(https://www.jetbrains.com/toolbox-app/)
|
|
|
|
== การติดตั้ง Flutter <flInstall>
|
|
|
|
#i การติดตั้ง Flutter สามารถทำได้สองวิธีด้วยกัน คือการติดตั้งผ่าน Visual Studio Code (VS
|
|
Code) และการติดตั้งด้วยตนเอง โดยหากต้องการใช้ VS Code เป็นโปรแกรมเขียนโคดอยู่แล้ว
|
|
สามารถติดตั้งผ่าน VS Code ได้เลย
|
|
|
|
#i แต่ก่อนอื่น ต้องทำการติดตั้งโปรแกรมและไลบรารีพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับ Flutter ก่อน
|
|
|
|
=== การติดตั้งโปรแกรมและไลบรารีที่จำเป็น
|
|
|
|
==== Windows
|
|
|
|
#grid(
|
|
columns: 2,
|
|
column-gutter: 1em,
|
|
[#i ในการพัฒนาซอฟต์แวร์บน Windows ด้วย Flutter คุณจำเป็นต้องติดตั้ง Git สำหรับ Windows
|
|
ซึ่งคุณสามารถดูขั้นตอนการติดตั้งได้โดยการสแกน QR code ด้านข้าง หรือที่
|
|
https://git-scm.com/install/windows หรือเพียงแค่ใช้ WinGet
|
|
ในการติดตั้งโดยการใช้คำสั่งด้านล่าง],
|
|
tiaoma.qrcode(
|
|
"https://git-scm.com/install/windows",
|
|
width: 1in,
|
|
alt: "QR โคดสำหรับหน้าการติดตั้ง Git สำหรับ Windows",
|
|
),
|
|
)
|
|
|
|
```sh
|
|
winget install --id Git.Git -e --source winget
|
|
```
|
|
|
|
==== Linux
|
|
|
|
#i Flutter ใช้ไลบรารีดังต่อไปนี้ในขั้นตอนการพัฒนาแอพลิเคชันบน Linux (development
|
|
dependencies; ยังไม่รวมไลบรารีและโปรแกรมที่ต้องมีในการสร้างแอพลิเคชัน _สำหรับ_ Linux)
|
|
|
|
#grid(
|
|
columns: 2,
|
|
column-gutter: 2in,
|
|
[
|
|
- curl
|
|
- git
|
|
- unzip
|
|
],
|
|
[
|
|
- xz
|
|
- zip
|
|
- glu
|
|
],
|
|
)
|
|
|
|
หากต้องการคำสั่งในการติดตั้งแพคเกจเหล่านี้ โปรดดู@flLinuxDetails
|
|
|
|
==== macOS
|
|
|
|
#i จำเป็นต้องทำการติดตั้งเครื่องมือ command-line Xcode เพื่อเข้าถึงเครื่องมือที่ Flutter
|
|
จำเป็นต้องใช้ รวมถึง Git
|
|
|
|
ในการดาวน์โหลดเครื่องมือ ใช้คำสั่งต่อไปนี้ในเทอร์มินัลที่คุณเลือก:
|
|
|
|
```sh
|
|
xcode-select --install
|
|
```
|
|
|
|
#i หากคุณไม่ได้ติดตั้งเครื่องมืออยู่แล้ว จะมีไดอะลอกเพื่อคอนเฟิร์มว่าคุณต้องการที่จะติดตั้งมัน กด
|
|
*Install* และกด *Done* เมื่อทำการติดตั้งเสร็จสิ้นแล้ว
|
|
|
|
#pagebreak()
|
|
|
|
=== การติดตั้งผ่าน Visual Studio Code
|
|
|
|
#[
|
|
#set enum(indent: 3em)
|
|
+ เปิด VSCode
|
|
+ ติดตั้งส่วนขยาย Flutter \
|
|
อยู่ภายใต้ ID `Dart-Code.flutter` ทั้งบน Visual Studio Marketplace และ OpenVSX
|
|
+ ติดตั้ง Flutter ด้วย VS Code
|
|
+ เปิด Command Palette ด้วยเมนู *View* > *Command Palette* หรือกด Ctrl + Shift +
|
|
P
|
|
+ ใน Command Palette พิมพ์ `flutter`.
|
|
+ เลือก *Flutter: New Project*
|
|
+ VS Code จะให้คุณเลือก Flutter SDK บนคอมพิวเตอร์ของคุณ เลือก *Download SDK*
|
|
+ เมือหน้าไดอะลอก *Select Folder for Flutter SDK* แสดงขึ้น เลือกสถานที่ที่คุณอยากติดตั้ง
|
|
Flutter
|
|
+ คลิก *Clone Flutter* \
|
|
ในระหว่างการดาวน์โหลด VS Code จะแสดงการแจ้งเตือนนี้:
|
|
```
|
|
Downloading the Flutter SDK. This may take a few minutes.
|
|
```
|
|
การดาวน์โหลดนี้จะใช้เวลาสองสามนาที หากคุณเชื่อว่าการดาวน์โหลดหยุดชะงัก คุณสามารถคลิก
|
|
*Cancel* แล้วเริ่มต้นการติดตั้งใหม่ได้
|
|
+ คลิก *Add SDK to PATH* \
|
|
เมื่อเสร็จสิ้น จะมีการแจ้งเตือน
|
|
```
|
|
The Flutter SDK was added to your PATH
|
|
```
|
|
+ VS Code อาจแสดงการแจ้งเตือนเกี่ยวกับการเก็บข้อมูลของ Google หากคุณยินยอม คลิก *OK*
|
|
+ เพื่อความแน่ใจ กรุณาปิดเทอร์มินัลทุกหน้าต่างหรือรีสตาร์ท VS Code เพื่อให้แน่ใจว่า Flutter
|
|
จะสามารถใช้ผ่านเทอร์มินัลได้
|
|
+ เมื่อเสร็จสิ้น ใช้คำสั่ง `flutter doctor -v` ในเทอร์มินัลที่คุณเลือกเพื่อตรวจสอบการติดตั้ง
|
|
Flutter ของคุณ \
|
|
หากคำสั่งไม่เจอหรือเกิดข้อผิดพลาดขึ้น ตรวจสอบ
|
|
https://docs.flutter.dev/install/troubleshoot สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
|
|
]
|
|
|
|
=== การติดตั้งด้วยตนเอง
|
|
|
|
#i แนะนำให้ทำตาม https://docs.flutter.dev/install/manual#install-flutter
|
|
เนื่องจากกระบวนการนี้ต้องใช้ข้อมูลที่ใหม่ล่าสุด
|
|
|
|
1. ดาวน์โหลด Flutter (สามารถหาปุ่มดาวน์โหลดได้จากลิงก์ด้านบน)
|
|
2. สร้างโฟลเดอร์สำหรับเก็บ Flutter SDK
|
|
3. ทำการแตกไฟล์ที่ดาวน์โหลดมา
|
|
4. เพิ่ม Flutter เข้าไปยัง PATH ของคุณ (วิธีการขึ้นอยู่กับระบบปฏิบัติการ)
|
|
5. ยืนยันความถูกต้องของการติดตั้งของคุณด้วยคำสั่ง `flutter doctor -v`
|
|
|
|
== Dart
|
|
|
|
#i Dart เป็นภาษาโปรแกรมที่ออกแบบโดย Lars Bak และ Kasper Lund และพัฒนาโดย Google
|
|
สามารถใช้พัฒนาแอปพลิเคชันบนเว็บ มือถือ เซิร์ฟเวอร์ และเดสก์ท็อปได้
|
|
และยังเป็นภาษาหลักที่ใช้ในการพัฒนาแอพลิเคชัน Flutter
|
|
|
|
#i Dart เป็นภาษาเชิงวัตถุ อิงคลาส และรวบรวมขยะ (garbage-collection) ด้วยไวยากรณ์แบบ C
|
|
สามารถคอมไพล์เป็นโค้ดเครื่อง JavaScript หรือ WebAssembly ได้ รองรับอินเทอร์เฟซ มิกซ์อิน
|
|
คลาสนามธรรม เจเนอริกแบบรีไฟด์ และการอนุมานชนิดข้อมูล
|
|
|
|
== การสร้างโปรเจกต์
|
|
|
|
#i ตั้งแต่หัวข้อนี้เป็นต้นไป จะเป็นข้อมูลสำหรับการทำงานกับ Android Studio
|
|
เป็นหลักเนื่องจากเป็นโปรแกรมหลักที่ถูกใช้งานในการพัฒนาแอพลิเคชันโครงงานนี้
|
|
|
|
#i หากยังไม่ได้ติดตั้งปลั๊กอิน Flutter โปรดติดตั้งปลั๊กอินก่อน โดยหากอยู่ในหน้าต้อนรับ
|
|
สามารถติดตั้งปลั๊กอินได้โดยการเข้าไปยังแท็บ *Plugins* หรือหากเปิดโปรเจกต์อื่นอยู่
|
|
สามารถเข้าถึงหน้าปลั๊กอินได้โดยการกดที่ไอคอนฟันเฟืองในแถบเครื่องมือ แล้วกด *Plugins...*
|
|
หลังจากนั้น ในแท็บ *Marketplace* ของหน้าปลั๊กอิน ค้นหา *Flutter* (ผู้ผลิตปลั๊กอินคือ Google)
|
|
แล้วกด *Install*
|
|
|
|
#afigure(
|
|
image("Flutter/homePage.png", width: 65%),
|
|
alt: "หน้ายินดีต้อนรับในแท็บ Projects ที่กำลังแสดงรายการโปรเจกต์และปุ่มในการสร้างโปรเจกต์ใหม่",
|
|
caption: [หน้ายินดีต้อนรับใน Android Studio],
|
|
)
|
|
|
|
#i เมื่อคลิก *New Flutter Project* จะมีหน้าถามสถานที่ติดตั้ง Flutter SDK หลังจากนั้น กด
|
|
*Next* แล้วจะมีหน้าต่อไปนี้ขึ้นมาเพื่อให้คุณกรอกรายละเอียดโปรเจกต์
|
|
|
|
#afigure(
|
|
image("Flutter/newProjectPage.png", width: 80%),
|
|
alt: "หน้ากรอกรายละเอียดโปรเจกต์ใหม่",
|
|
caption: [หน้าโปรเจกต์ใหม่],
|
|
)
|
|
|
|
รายละเอียดที่จำเป็นต้องกรอกในการสร้างโปรเจกต์ใหม่มีดังนี้:
|
|
|
|
- *Project name:* ชื่อโปรเจกต์
|
|
- *Project location:* โฟลเดอร์ที่ต้องการเก็บโปรเจกต์
|
|
- *Description:* รายละเอียดโปรเจกต์
|
|
- *Project type:* ประเภทโปรเจกต์ ในกรณีนี้เป็นค่า *Application*
|
|
เนื่องจากเราต้องการสร้างแอพลิเคชัน
|
|
- *Organization:* โดเมนเนมย้อนหลังขององค์กรที่พัฒนา (Reverse domain name notation;
|
|
Reverse-DNS)
|
|
- *Android language:* เลือกระหว่าง Java และ Kotlin เป็นภาษาหลักที่ใช้ในแอพลิเคชัน Android
|
|
- *Platforms:* แพลตฟอร์มที่โปรเจกต์จะรองรับ อย่างไรก็ตาม
|
|
การสร้างไฟล์ไบนารีสำหรับแอพลิเคชันขึ้นอยู่กับแพลตฟอร์มที่พัฒนาแอพลิเคชันเช่นกัน หมายความว่า
|
|
ถึงแม้ตามทฤษฎีแล้วแอพลิเคชันของคุณจะรองรับ iOS คุณต้องมีอุปกรณ์ Mac ในการสร้างไฟล์แอพลิเคชัน
|
|
iOS ออกมา
|
|
|
|
เมื่อทำการใส่รายละเอียดทั้งหมดแล้ว สามารถกด Create เพื่อสร้างโปรเจกต์ได้เลย
|
|
|
|
#pagebreak()
|
|
|
|
== แอพลิเคชันตัวอย่าง
|
|
|
|
เมื่อกดรันแอพลิเคชันด้วยไอคอน #box(
|
|
image("Flutter/vscode_play.svg", alt: "Play"),
|
|
baseline: 15%,
|
|
) (หรือ Shift+F10 ใน Android Studio) จะได้แอพลิเคชันดังรูปด้านล่างออกมา
|
|
|
|
#afigure(
|
|
grid(
|
|
columns: 2,
|
|
align: horizon,
|
|
image(
|
|
"Flutter/mobileExampleApp.png",
|
|
height: 2.5in,
|
|
alt: "แอพลิเคชันมือถือ มีแถบสีม่วง ตัวเลขแสดงจำนวนครั้งที่กดปุ่มและปุ่มกดเพิ่มจำนวน",
|
|
),
|
|
image(
|
|
"Flutter/desktopExampleApp.png",
|
|
width: 90%,
|
|
alt: "โปรแกรมคอมพิวเตอร์ แถบหน้าต่างโปรแกรมสีดำ ในหน้าต่างประกอบด้วยส่วนประกอบคล้ายแอพลิเคชันบนโทรศัพท์",
|
|
),
|
|
),
|
|
caption: [แอพลิเคชันตัวอย่างบน Android 15 และ Arch Linux],
|
|
)
|
|
|
|
#show raw.where(block: true): set block(below: 2em)
|
|
|
|
_*หมายเหตุ:* โคดในห้วข้อนี้ถูกนำ comment ออกเพื่อความรวบรัด_
|
|
|
|
ภายในโฟลเดอร์โปรเจกต์ใหม่ จะมีไฟล์ `lib/main.dart` พร้อมแอพลิเคชันตัวอย่าง
|
|
|
|
โดยในบรรทัดแรก จะมีการนำเข้า Material UI
|
|
|
|
#set figure(kind: "image", supplement: "รูปที่")
|
|
|
|
#afigure(
|
|
```dart
|
|
import 'package:flutter/material.dart';
|
|
```,
|
|
caption: [โคดนำเข้าแพคเกจ],
|
|
)
|
|
|
|
และถัดมา จะมีฟังก์ชันหลักชื่อ `main` ที่ทำหน้าที่ในการรันแอพลิเคชัน โดยมีการรับอาร์กิวเมนต์เป็นวิดเจ็ท
|
|
ซึ่งในกรณีนี้เป็นการสร้างวัตถุจากคลาส `MyApp` ที่เป็นวิดเจ็ท
|
|
|
|
#afigure(
|
|
```dart
|
|
void main() {
|
|
runApp(const MyApp());
|
|
}
|
|
```,
|
|
caption: [ฟังก์ชัน main],
|
|
)
|
|
|
|
ถัดมาจะมีคลาส `MyApp` ที่สืบทอดมาจาก `StatelessWidget` ซึ่งคือคลาสสำหรับวิดเจ็ทที่ไร้สถานะ
|
|
("Stateless")
|
|
|
|
#afigure(
|
|
```dart
|
|
class MyApp extends StatelessWidget {
|
|
```,
|
|
caption: [],
|
|
)
|
|
|
|
ซึ่งในคลาสจะมี constructor ที่สามารถรับค่าคีย์ได้:
|
|
#afigure(
|
|
```dart
|
|
const MyApp({super.key});
|
|
```,
|
|
caption: [],
|
|
)
|
|
|
|
และจะมีฟังก์ชันในการสร้างวิดเจ็ท ซึ่งฟังก์ชันนี้เป็นการสืบทอดฟังก์ชันมา สังเกตได้จาก `@override`
|
|
|
|
#afigure(
|
|
```dart
|
|
@override
|
|
Widget build(BuildContext context) {
|
|
```,
|
|
caption: [],
|
|
)
|
|
|
|
และในฟังก์ชันจะมีการสร้างวัตถุ MaterialApp ซึ่งมีหน้าที่ในการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับแอพลิเคชัน Material
|
|
UI รวมถึงข้อมูลเช่น ชื่อแอพลิเคชัน (`title`) และธีม (`theme`)
|
|
|
|
#afigure(
|
|
```dart
|
|
return MaterialApp(
|
|
title: 'Flutter Demo',
|
|
```,
|
|
caption: [],
|
|
)
|
|
|
|
โดยข้อมูลธีมนั้นถูกเก็บด้วยการสร้างวัตถุ `ThemeData`
|
|
|
|
#afigure(
|
|
```dart
|
|
theme: ThemeData(
|
|
```,
|
|
caption: [],
|
|
)
|
|
|
|
และมีการสร้างธีมสีจากสีหลักโดยการใช้เมธอด `ColorScheme.fromSeed` แต่ในโคดด้านล่างนี้ คลาส
|
|
`ColorScheme` นั้นถูกอนุมานขึ้นมา โดยใน Dart 3.10 มีฟีเจอร์ "dot shorthands"
|
|
ซึ่งเป็นทางลัดในการข้ามการเขียนชื่อคลาส ซึ่งชื่อคลาสสามารถถูกอนุมานขึ้นมาได้เนื่องจากอาร์กิวเมนต์
|
|
`colorScheme` นั้นคาดหวังค่าที่เป็นวัตถุจากคลาส `ColorScheme` อยู่แล้ว
|
|
|
|
#afigure(
|
|
```dart
|
|
colorScheme: .fromSeed(seedColor: Colors.deepPurple),
|
|
),
|
|
```,
|
|
caption: [],
|
|
)
|
|
|
|
และต่อมา อาร์กิวเมนต์ `home` เป็นอาร์กิวเมนต์ที่รับค่าเป็นวิดเจ็ทซึ่งจะเป็นหน้าแรกของแอพลิเคชัน
|
|
|
|
#afigure(
|
|
```dart
|
|
home: const MyHomePage(title: 'Flutter Demo Home Page'),
|
|
);
|
|
}
|
|
}
|
|
```,
|
|
kind: "image",
|
|
supplement: "รูปที่",
|
|
caption: [],
|
|
)
|
|
|
|
ถัดมา มีการสร้างคลาส `MyHomePage` ที่ถูกใช้ด้านบน โดยคลาสเป็น `StatefulWidget`
|
|
ซึ่งหมายความว่า เป็นคลาสที่มีสถานะ (State)
|
|
|
|
#afigure(
|
|
```dart
|
|
class MyHomePage extends StatefulWidget {
|
|
```,
|
|
caption: [],
|
|
)
|
|
|
|
โดยใน constructor มีการรับค่าพารามีเตอร์ `title`
|
|
|
|
#afigure(
|
|
```dart
|
|
const MyHomePage({super.key, required this.title});
|
|
```,
|
|
caption: [],
|
|
)
|
|
|
|
โดยคลาสนี้เป็นคลาสที่เก็บการตั้งค่าวิดเจ็ท และเป็นคลาสที่เก็บค่าพารามิเตอร์จากวิดเจ็ทที่เหนือกว่า
|
|
และตัวแปรในคลาสย่อยของ `StatefulWidget` นั้นจะมีคีย์เวิร์ด `final` เสมอ ซึ่งหมายถึงว่า
|
|
ตัวแปรนี้เปลี่ยนแปลงไม่ได้หลังจากสร้างวัตถุจากคลาสแล้ว
|
|
|
|
#afigure(
|
|
```dart
|
|
final String title;
|
|
```,
|
|
caption: [],
|
|
)
|
|
|
|
ต่อมาจึงมีการสร้างวัตถุ State ซึ่งในฟังก์ชัน `createState` ที่ถูกสืบทอดมานั้น จะมีการสร้างวัตถุ State
|
|
จากคลาส `_MyHomePageState` (โดยที่ `_`
|
|
หมายถึงว่าคลาสนั้นเป็นส่วนตัวและไม่ควรถูกนำเข้าโดยไฟล์อื่น)
|
|
|
|
#afigure(
|
|
```dart
|
|
@override
|
|
State<MyHomePage> createState() => _MyHomePageState();
|
|
}
|
|
```,
|
|
caption: [],
|
|
)
|
|
|
|
#afigure(
|
|
```dart
|
|
class _MyHomePageState extends State<MyHomePage> {
|
|
int _counter = 0;
|
|
|
|
void _incrementCounter() {
|
|
```,
|
|
caption: [],
|
|
)
|
|
|
|
โดยในฟังก์ชัน `_incrementCounter` มีการเรียกใช้ฟังก์ชัน `setState` ซึ่งจะแจ้งเตือน Flutter
|
|
ว่ามีการเปลี่ยนแปลงสถานะ ซึ่งจะก่อให้เกิดการเร็นเดอร์วิดเจ็ทใหม่ และในอาร์กิวเมนต์ของ `setState`
|
|
คือฟังก์ชันไม่ระบุชื่อ (anonymous functions หรืออีกชื่อหนึ่งคือ lambda) ที่เปลี่ยนแปลงสถานะของวิดเจ็ท
|
|
|
|
#afigure(
|
|
```dart
|
|
setState(() {
|
|
_counter++;
|
|
});
|
|
}
|
|
```,
|
|
caption: [],
|
|
)
|
|
|
|
โดยต่อมา มีฟังก์ชัน `build` เช่นเคยที่มีหน้าที่ในการสร้างวิดเจ็ท โดยฟังก์ชัน `build`
|
|
ของวิดเจ็ทที่มีสถานะนั้นจะถูกรันใหม่ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงสถานะ
|
|
|
|
#afigure(
|
|
```dart
|
|
@override
|
|
Widget build(BuildContext context) {
|
|
return Scaffold(
|
|
appBar: AppBar(
|
|
```,
|
|
caption: [],
|
|
)
|
|
|
|
*การทดลอง:* ในระหว่างที่รันแอพลิเคชันอยู่ ลองเปลี่ยนสีพื้นหลังของวิดเจ็ท `AppBar` (เป็นค่าอื่นเช่น
|
|
`Colors.amber`) แล้วทำการ hot reload โดยการกดไอคอน#box(
|
|
image("Flutter/flutterHotReload.svg", alt: "สายฟ้า", width: 1.5em),
|
|
baseline: 20%,
|
|
)เพื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงของสีแถบแอพลิเคชันในระหว่างที่สีของวิดเจ็ทอื่น ๆ ยังคงเดิม
|
|
|
|
#afigure(
|
|
```dart
|
|
backgroundColor: Theme.of(context).colorScheme.inversePrimary,
|
|
```,
|
|
caption: [],
|
|
)
|
|
|
|
โดยในอาร์กิวเมนต์ `title` นี้มีการใช้ค่าที่รับมาจากวิดเจ็ทที่เหนือกว่า โดย `widget`
|
|
ในที่นี้คือวัตถุของคลาส `MyHomePage` ที่ทำหน้าที่เก็บค่า `title` ของเรา แล้วเราจึงทำค่า `title`
|
|
นั้นใส่ในวิดเจ็ทข้อความ (`Text`)
|
|
|
|
#afigure(
|
|
```dart
|
|
title: Text(widget.title),
|
|
),
|
|
```,
|
|
caption: [],
|
|
)
|
|
|
|
`Center` เป็นวิดเจ็ทจัดเลย์เอาต์ โดยจะทำให้ลูก 1 วิดเจ็ทของมัน (`child`) อยู่ตรงกลาง
|
|
|
|
#afigure(
|
|
```dart
|
|
body: Center(
|
|
```,
|
|
caption: [],
|
|
)
|
|
|
|
และ `Column` เป็นวิดเจ็ทจัดเลย์เอาต์เช่นกัน มันรับลูกหลายคน (`children`) แล้วจัดเรียงมันในแนวตั้ง
|
|
โดยค่าเริ่มต้นแล้ว มันจะจัดให้ตัวเองกว้างเท่ากับลูก ๆ ของมัน
|
|
และพยายามจัดให้ตัวเองสูงเท่าวิดเจ็ทที่สูงกว่า
|
|
|
|
วิดเจ็ทคอลัมน์มีหลายคุณสมบัติในการควบคุมขนาดของมันและการจัดวางลูก ๆ ของมัน
|
|
โดยด้านล่างมีการใช้อาร์กิวเมนต์ `mainAxisAlignment` ในการจัดลูก ๆ ของมันให้อยู่ตรงกลางในแนวตั้ง
|
|
โดย "main axis" หรือ แกนหลัก ในกรณีนี้คือแนวตั้ง เพราะคอลัมน์นั้นเป็นแนวตั้ง (และ "cross axis"
|
|
หรือแกนไขว้ จะเป็นแนวนอน คือแนวตรงข้ามกับแนวหลัก)
|
|
|
|
#afigure(
|
|
```dart
|
|
child: Column(
|
|
mainAxisAlignment: .center,
|
|
children: [
|
|
const Text('You have pushed the button this many times:'),
|
|
Text(
|
|
'$_counter',
|
|
```,
|
|
caption: [],
|
|
)
|
|
|
|
การเข้าถึงธีมของแอพลิเคชัน (```dart Theme.of(context)```) แล้วนำธีมข้อความ
|
|
`headlineMedium` มาใช้:
|
|
|
|
#afigure(
|
|
```dart
|
|
style: Theme.of(context).textTheme.headlineMedium,
|
|
), // Text
|
|
],
|
|
), // Column
|
|
), // Center
|
|
floatingActionButton: FloatingActionButton(
|
|
onPressed: _incrementCounter,
|
|
tooltip: 'Increment',
|
|
child: const Icon(Icons.add),
|
|
),
|
|
);
|
|
}
|
|
}
|
|
```,
|
|
caption: [],
|
|
)
|
|
|
|
#pagebreak()
|
|
|
|
== โครงสร้างโปรเจกต์ Flutter <flStructure>
|
|
|
|
ในโครงงานนี้ โปรเจกต์ Flutter มีโครงสร้างคร่าว ๆ ดังกล่าว
|
|
|
|
#tree-list[
|
|
- android
|
|
- app
|
|
- src
|
|
- main
|
|
- java: โคด Java
|
|
- kotlin: โคด Kotlin
|
|
- res: โฟลเดอร์ทรัพยากร เช่น ไอคอนแอพลิเคชัน
|
|
- AndroidManifest.xml
|
|
- build.gradle.kts
|
|
- settings.gradle.kts
|
|
- assets
|
|
- certificates
|
|
- rootCA.crt: ใบรับรอง Root (ดู@x509 สำหรับรายละเอียด)
|
|
- build: โฟลเดอร์สำหรับเก็บไฟล์ไบนารี
|
|
- ios
|
|
- lib: ซอร์สโคดของแอพลิเคชัน
|
|
- linux
|
|
- macos
|
|
- test
|
|
- windows
|
|
- l10n.yaml: ไฟล์ตั้งค่าฟีเจอร์แปลภาษา
|
|
- pubspec.yaml: ไฟล์ข้อมูลโปรเจกต์ Flutter
|
|
]
|
|
|
|
(รายการข้างต้นรวมถึงแค่ไฟล์ที่สำคัญที่จะถูกกล่าวถึงใน@flutter นี้)
|
|
|
|
== การนำเข้าแพคเกจ
|
|
|
|
#i ไฟล์ `pubspec.yaml` เป็นไฟล์ที่เก็บข้อมูลเกี่ยวกับโปรเจกต์ Flutter ของคุณ เช่น ชื่อ คำอธิบาย
|
|
เวอร์ชัน และรวมถึงสิ่งที่จะกล่าวถึงในหัวข้อนี้ คือการติดตั้งและนำเข้าแพคเกจภายนอกมาใช้ในโปรเจกต์
|
|
|
|
#i โดยหากไม่รวมรายละเอียดโปรเจกต์เบื้องต้นเช่นชื่อและคำอธิบายแล้ว ไฟล์ `pubspec.yaml`
|
|
จะมีรายละเอียดดังนี้
|
|
|
|
`environment` นั้นจะกล่าวถึงสิ่งแวดล้อม ซึ่งในกรณีนี้มีเพียง `sdk` ที่ระบุเวอร์ชันของ Flutter SDK
|
|
ในการคอมไพล์โปรเจกต์
|
|
|
|
```yaml
|
|
environment:
|
|
sdk: ^3.10.1
|
|
```
|
|
|
|
`dependencies` จะกล่าวถึงไลบรารีที่โปรเจกต์พึ่งพา ซึ่งโดยค่าเริ่มต้นแล้ว
|
|
ในโปรเจกต์ตัวอย่างจะมีการติดตั้งเซ็ทไอคอน Cupertino มาให้ (`cupertino_icons`;
|
|
หรือเรียกอย่างง่ายว่า ไอคอน iOS) ซึ่งแน่นอนว่าหากคุณไม่ใช้ สามารถลบทิ้งได้
|
|
|
|
```yaml
|
|
dependencies:
|
|
flutter:
|
|
sdk: flutter
|
|
|
|
cupertino_icons: ^1.0.8
|
|
```
|
|
|
|
`dev_dependencies` กล่าวถึงไลบรารีที่โปรเจกต์พึ่งพา#emph([ในการพัฒนา]) หมายความว่า
|
|
ไลบรารีเหล่านี้จะไม่ถูกใส่เข้าไปยังแอพลิเคชันของคุณโดยตรง โดยตามค่าเริ่มต้นแล้ว จะมีแพคเกจ
|
|
`flutter_test` ที่ถูกดึงมาจาก Flutter SDK โดยตรง และมี `flutter_lints`
|
|
สำหรับการตรวจข้อผิดพลาดในโคด
|
|
|
|
```yaml
|
|
dev_dependencies:
|
|
flutter_test:
|
|
sdk: flutter
|
|
|
|
flutter_lints: ^6.0.0
|
|
```
|
|
|
|
`flutter` เป็นการตั้งค่าเกี่ยวกับ Flutter โดยที่ตามค่าเริ่มต้นแล้วจะมีค่า `uses-material-design`
|
|
มาให้เป็น `true` ซึ่งจะเป็นการบอกกับ Flutter ว่าแอพลิเคชันนั้นใช้ Material design
|
|
|
|
```yaml
|
|
flutter:
|
|
uses-material-design: true
|
|
```
|
|
|
|
และนอกจากนั้นแล้ว ในส่วนของ `flutter`
|
|
นี้จะเป็นส่วนที่ลิสต์รายการไฟล์เพิ่มเติมที่ต้องการใส่เข้าไปในแอพลิเคชันด้วยเช่นกัน ตัวอย่างเช่น
|
|
โครงงานนี้มีการเพิ่มเติมในส่วน `flutter` ดังนี้:
|
|
|
|
```yaml
|
|
assets:
|
|
- assets/certificates/rootCA.crt
|
|
```
|
|
|
|
โดยจะเป็นการเพิ่มไฟล์ใบรับรอง `rootCA.crt` เข้าไปกับแอพลิเคชันเพื่อใช้ในการส่งคำขอ HTTPS
|
|
ไปยังอุปกรณ์ของโครงงาน
|
|
|
|
#pagebreak()
|
|
|
|
== ระบบการดีไซน์
|
|
|
|
โดยใน Flutter แล้วนั้น ไม่รวมแพคเกจบุคคลที่สาม จะมีระบบการดีไซน์อยู่สองแบบคือ:
|
|
|
|
+ Material Design: การดีไซน์ของ Google สำหรับ Android
|
|
+ Cupertino Design: การดีไซน์ของ Apple สำหรับ iOS
|
|
|
|
*หมายเหตุ:* Cupertino Design ถูกแทนที่โดย Liquid Glass แล้ว โดยในปัจจุบันทีม Flutter
|
|
กำลังทำการตรวจสอบและแก้ไขโครงสร้างระบบดีไซน์ ดังนั้น หากมีผู้พัฒนาต้องการใช้เอฟเฟกต์ Liquid
|
|
Glass ในแอพลิเคชัน Flutter จึงจำเป็นต้องพึงพาแพคเกจบุคคลที่สามก่อนในขณะนี้ (Flutter เวอร์ชัน
|
|
3.38.3 ณ เวลาที่พิมพ์)
|
|
|
|
#i แอพลิเคชันในโครงงานนี้ใช้ Material Design เนื่องจากมีเป้าหมายหลักเป็นแพลตฟอร์ม Android
|
|
โดย Material Design คือภาษาการดีไซน์ที่ถูกพัฒนาโดย Google และถูกเปิดตัวครั้งแรก 25 มิถุนายน
|
|
2014 และมีเวอร์ชันหลัก 3 เวอร์ชันด้วยกัน โดยที่เวอร์ชันที่ 3 ถูกเปิดตัวในงาน Google I/O 2021
|
|
และมีชื่อว่า "Material You" (แต่ชื่อธรรมดา "Material Design 3" ก็ยังถูกใช้งานกันอย่างปกติ)
|
|
และในงาน Google I/O 2025 มีการเปิดตัว "Material 3 Expressive" ซึ่งเป็นการปรับปรุงต่อจาก
|
|
Material You เดิมสำหรับ Android 16 และ Wear OS 6 และสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ
|
|
Material 3 ได้ที่ https://m3.material.io/
|
|
|
|
== ข้อมูลเกี่ยวกับแพลตฟอร์ม
|
|
|
|
=== Android <flAndroid>
|
|
|
|
#i ในการพัฒนาแอพลิเคชัน Android โดยใช้เฟรมเวิร์ก Flutter
|
|
จำเป็นต้องใช้ส่วนประกอบเครื่องมือพัฒนา Android ดังนี้
|
|
|
|
- Android SDK (API Level 36 ณ เวลาที่พิมพ์)
|
|
- Android SDK Build-Tools
|
|
- Android SDK Command-line Tools
|
|
- Android SDK Platform-Tools
|
|
- Android Emulator (ไม่บังคับ)
|
|
|
|
และแนะนำให้จัดการและติดตั้งเครื่องมือเหล่านี้ผ่าน Android Studio
|
|
|
|
#i ในการติดตั้ง Android SDK ควรติดตั้ง Android SDK
|
|
ล่าสุดถึงแม้ว่าอุปกรณ์ของคุณจะใช้เวอร์ชันที่เก่ากว่านั้น
|
|
เพื่อความมั่นใจว่าแอพลิเคชันจะสามารถใช้กับอุปกรณ์ที่ใหม่ล่าสุดได้
|
|
|
|
#i แอพลิเคชัน Android จะมี SDK/API level เป้าหมาย (Target SDK/API level) และ SDK/API
|
|
level ขั้นต่ำ (Minimum SDK/API level) โครงงานนี้ ณ เวลาที่พิมพ์ ใช้ API level เป้าหมาย 36
|
|
(Android 16) และ API level ขั้นต่ำ 24 (Android 7) ซึ่งรวมกันแล้ว แอพลิเคชัน Android
|
|
จะสามารถติดตั้งได้บนระบบตั้งแต่ API level ขั้นต่ำจนถึง API level เป้าหมาย หรือก็คือ
|
|
แอพลิเคชันในโครงงานนี้สามารถติดตั้งได้ตั้งแต่บนระบบ Android 7 ถึง Android 16 นั่นเอง
|
|
|
|
==== Java/Kotlin
|
|
|
|
#i Java และ Kotlin เป็นภาษาสำคัญสำหรับการพัฒนาแอพลิเคชัน Android ถึงอย่างไรก็ตาม แอพลิเคชัน
|
|
Flutter นั้นถูกเขียนด้วยภาษา Dart แต่ยังจำเป็นต้องมีโคด Java และ Kotlin
|
|
เล็กน้อยเพื่อเริ่มต้นแอพลิเคชัน Flutter
|
|
|
|
#i โดยปกติแล้ว Flutter จะสร้างโคดพื้นฐานขึ้นมาให้สำหรับการเริ่มแอพลิเคชันแบบพื้นฐาน
|
|
(อยู่ภายในโฟลเดอร์ `java` และ `kotlin` ตามที่ถูกกล่าวถึงใน@flStructure)
|
|
ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องมีการเขียนโคด Java หรือ Kotlin เอง แต่ในบางกรณี
|
|
อาจต้องเขียนโคดเพิ่มเองหากมีความต้องการเข้าถึงฟีเจอร์พื้นฐานระบบที่ Flutter ไม่มี API
|
|
เพื่อให้เข้าถึงได้และไม่มีแพคเกจเพื่อรองรับฟีเจอร์ที่ต้องการ
|
|
|
|
#i โครงการนี้ใช้ Java 21 (JetBrains Runtime/Azul Zulu OpenJDK) เป็นหลักในการทำงานกับ
|
|
Gradle แต่แอพลิเคชัน Android ที่ผลิตออกมานั้น เพื่อให้เข้ากับเวอร์ชันที่เก่ากว่าของระบบปฏิบัติการได้ ใช้
|
|
Java 11
|
|
|
|
==== Gradle
|
|
|
|
#i Gradle เป็นเครื่องมือสร้างระบบอัตโนมัติสำหรับการพัฒนาซอฟต์แวร์หลายภาษา จัดการงานต่าง ๆ เช่น
|
|
การคอมไพล์ การแพ็คเกจ การทดสอบ การปรับใช้ และการเผยแพร่ ภาษาที่รองรับ ได้แก่ Java
|
|
(รวมถึงภาษา Kotlin, Groovy, Scala ที่ใช้ JDK), C/C++ และ JavaScript Gradle
|
|
พัฒนาต่อยอดจากแนวคิดของ Apache Ant และ Apache Maven และนำเสนอภาษาเฉพาะโดเมนที่ใช้
|
|
Groovy และ Kotlin ซึ่งต่างจากการกำหนดค่าโครงการที่ใช้ XML ที่ Maven ใช้ Gradle
|
|
ใช้กราฟแบบอะไซคลิกกำกับทิศทางเพื่อจัดการการอ้างอิง กราฟนี้ใช้เพื่อกำหนดลำดับของงานที่ควรดำเนินการ
|
|
Gradle ทำงานบน Java Virtual Machine
|
|
|
|
#i Gradle คือเครื่องมือหลักที่ใช้ในการจัดการโปรเจกต์ Java ส่วนใหญ่ รวมถึงโปรเจกต์ Android
|
|
โดยในโครงการนี้ จะใช้ Gradle เวอร์ชัน 8.14.3 เป็นหลัก
|
|
|
|
#i โดยปกติแล้ว ผู้พัฒนานั้นไม่มีความจำเป็นที่จะต้องแตะต้อง Gradle ด้วยตนเอง และ Flutter
|
|
จะทำการจัดการเอง แต่หากมีความจำเป็นต้องใช้คำสั่ง Gradle ด้วยตนเอง จะมีสคริปต์ `gradlew` (หรือ
|
|
`gradlew.bat` สำหรับผู้ใช้ Windows) ภายในโฟลเดอร์ `android` ของโปรเจกต์ Flutter
|
|
เสมอเพื่อเรียกใช้ Gradle ที่ถูกดาวน์โหลดมาสำหรับโปรเจกต์นั้น ๆ
|
|
|
|
=== Linux <flLinuxDetails>
|
|
|
|
#i เช่นเดียวกับ Android ที่กล่าวไปข้างต้น Flutter มีการสร้างโคดสำหรับการเปิดแอพลิเคชันแบบพื้นฐาน
|
|
แต่สำหรับ Linux แล้วนั้น Flutter ใช้โคด C++ และเฟรมเวิร์ก CMake
|
|
ในการสร้างรากฐานของแอพลิเคชัน
|
|
|
|
#i ในการพัฒนาแอพลิเคชันสำหรับ Linux ต้องติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติม (build dependencies)
|
|
ขยายความคือ ด้านบนคือสิ่งที่จำเป็นหากมีระบบอื่นเป็นเป้าหมาย แต่หากต้องการพัฒนาแอพลิเคชัน Linux
|
|
ต้องติดตั้งโปรแกรมในรายการด้านล่างเพิ่ม
|
|
|
|
#grid(
|
|
columns: 2,
|
|
column-gutter: 1in,
|
|
[
|
|
- GTK 3 (ไลบรารีสำหรับการพัฒนา)
|
|
- pkg-config
|
|
- ไลบรารี GNU Standard C++ v3
|
|
],
|
|
[
|
|
- Clang
|
|
- CMake
|
|
- Ninja
|
|
],
|
|
)
|
|
|
|
#i การติดตั้งไลบรารีและโปรแกรมที่กล่าวไปข้างต้นจะแตกต่างกันไปแต่ละการแจกจ่าย Linux และ
|
|
Flutter ใช้ไลบรารีพื้นฐานดังกล่าวในการทำงานของแอพลิเคชัน (runtime dependencies)
|
|
|
|
- GTK 3
|
|
- blkid
|
|
- LZMA
|
|
|
|
แต่โดยทั่วไปแล้ว ไลบรารีเหล่านี้ควรถูกติดตั้งมาอยู่แล้วหากคุณใช้ graphical desktop ทั่วไป
|
|
|
|
==== Debian
|
|
|
|
```sh
|
|
# Development dependencies:
|
|
sudo apt install curl git unzip xz-utils zip libglu1-mesa
|
|
|
|
# Linux build dependencies:
|
|
sudo apt install clang cmake ninja-build pkg-config libgtk-3-dev libstdc++-12-dev
|
|
|
|
# Runtime dependencies:
|
|
sudo apt install libgtk-3-0 libblkid1 liblzma5
|
|
```
|
|
|
|
==== Fedora Linux
|
|
|
|
```sh
|
|
# Development dependencies:
|
|
sudo dnf install curl git unzip xz zip mesa-libglu
|
|
|
|
# Linux build dependencies:
|
|
sudo dnf install clang cmake ninja-build pkgconf gtk3
|
|
|
|
# Runtime dependencies:
|
|
sudo dnf install gtk3 libblkid xz
|
|
```
|
|
|
|
==== Arch Linux
|
|
|
|
```sh
|
|
# Development dependencies:
|
|
sudo pacman -S --needed curl git unzip xz zip glu
|
|
|
|
# Linux build dependencies:
|
|
sudo pacman -S --needed clang cmake ninja pkgconf gtk3
|
|
|
|
# Runtime dependencies:
|
|
sudo pacman -S --needed util-linux-libs xz gtk3
|
|
```
|
|
|
|
=== macOS/iOS
|
|
|
|
#i การพัฒนาแอพลิเคชันสำหรับ macOS และ iOS นั้นต้องทำบน macOS
|
|
เท่านั้นและจำเป็นต้องพึ่งพาเครื่องมือ Xcode แต่เนื่องจากในโครงงานนี้ไม่มีผู้ใช้ macOS
|
|
จึงไม่สามารถสร้างไบนารีสำหรับ macOS และ iOS ออกมาได้ และไม่ใช่เป้าหมายของโครงงานนี้เช่นกัน
|